ชาวบ้านผวา ตัวเงินตัวทอง แทะร่างศพทารก ไล่หนียังวนเวียนไม่ยอมไป ตำรวจเร่งตรวจสอบคนก่อเหตุเอายัดกระเป๋าทิ้งน้ำ
วันที่ 28 พ.ย 2568 ร.ต.ท.วีรวุฒิ ศิริ พนักงานสอบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งว่ามีผู้พบศพทารกกำลังถูกตัวเงินตัวทองกัดกิน บริเวณภายในหมู่บ้าน ซอยกระทิงแดง(ซอยประชาสามัคคี) ถนนประชาอุทิศ-คู่สร้าง หมู่10 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.พจนกร กัญจินะ ผกก.สภ.พระสมุทรเจดีย์ พ.ต.ท.ประยูร ปัตตุลี รอง ผกก.สส.สภ.พระสมุทรเจดีย์ พ.ต.ท.วีระพันธ์ บุญหนัก สว.สส.เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเข้าจากปากทางเข้าหมู่บ้านประมาณ 500 เมตรด้านซ้ายมือซึ่งเป็นสถานที่ว่างระหว่างทาวน์เฮ้าส์โดยดัดแปลงเป็นที่จอดรถ บริเวณพื้นที่ว่างพบร่างทารกเพศหญิงอายุประมาณไม่เกิน 7-14 วันนอนคว่ำหน้าอยู่ที่พื้นปูน สภาพศพมีร่องรอยการถูกแทะกัดบริเวณหน้าท้อง ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ทางเจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นที่เกิดเหตุและตรวจสอบโดยรอบบริเวณใต้ถุนบ้าน หมู่10 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ พบเป็นบ่อน้ำพบลำไส้อยู่ในน้ำและพบกระเป๋าส่งอาหารเก็บความร้อนสีแดง
ตรวจสอบภายในพบก้อนหินขนาดใหญ่น้ำหนักประมาณ 5-6 กก.อยู่ในกระเป๋าและบริเวณรอบกระเป๋ามีร่องรอยเหมือนถูกคมเขี้ยวของตัวเงินตัวทองกัดและยังพบตัวเงินตัวทองพยายามเดินเข้ามาที่ร่างเด็กหลายครั้งแต่ถูกเจ้าหน้าที่มูลนิธิและเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องไล่ให้ออกห่าง
นายธนากร เนียมนุช อายุ 52 ปี ผู้ที่พบศพทารก เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณเที่ยงกว่าๆ ตนได้เดินมาทิ้งขยะในถังขยะหน้าบ้านข้างสายตาไปเห็นตัวเงินตัวทองกำลังนอนแทะอะไรบางอย่างตอนแรกนึกว่ากินเต่า จึงเดินมาดูเห็นเป็นร่างเด็กทารกจึงเรียกเพื่อนบ้านใกล้เคียงให้มาช่วยดูและช่วยกันไล่ตัวเงินตัวทองก่อนโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยให้เดินทางมาตรวจสอบ
ด้านนายบวรทัต ใจเปี่ยม อายุ 32 ปี คนไล่ตัวเงินตัวทอง เล่าว่า ในขณะที่ตนอยู่ภายบ้านพักและเดินออกมาสูบบุหรี่ได้ยินเพื่อนบ้านแจ้งว่าพบเด็กทารกถูกตัวเงินตัวทองกัด ตนจึงวิ่งไปไล่ซึ่งตัวเงินตัวทองอออกห่างจนหนีลงไปใต้ถุนบ้าน จากนั้นตัวเงินตัวทองได้พยายามขึ้นมาอีกครั้งเพื่อที่จะกัดกินซากศพเด็กทารก แต่ตนได้นำสิ่งของมากีดกั้นไว้ จึงทำให้ตัวเงินตัวทองขึ้นมาไม่ได้
ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูลว่าบริเวณที่เกิดเหตุโดยก่อนหน้านี้มีหญิงได้ตั้งท้องหรือไม่ พร้อมติดตามตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุอีกครั้งพร้อมมอบทารถรายนี้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินําร่างส่งสถาบันนิติเวชเพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป


