นราธิวาส ชาวบ้านโอด “ซ้ำเติมกันชัดๆ” เสียเวลา-ค่าใช้จ่าย เรียกหาเอกสาร ขั้นตอนขอรับเงินเยียวยาอุทกภัยยุ่งยาก ไม่เหมือนที่รัฐบาล ปชส. ร้านถ่ายเอกสาร คนใช้บริการ ต่อคิวล้นทั้งวัน
2 ธ.ค. 68 – ผู้สื่อข่าวรายงานจากเทศบาลเมืองนราธิวาส บรรยากาศวันแรกที่เปิดให้ประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเข้ายื่นขอรับเงินเยียวยา โดยพื้นที่เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 16,000 ครอบครัว หรือกว่า 20,000 คน
โดยตั้งแต่เวลา 08.00 น. มีประชาชนทยอยเดินทางมาเพื่อเข้าคิวยื่นเอกสาร โดยทางเทศบาลเมืองนราธิวาส ตั้งหลักเกณฑ์ว่าผู้ยื่นเอกสารต้องเป็นพื้นที่ประกาศเป็นภัยพิบัติ ต้องมีลายเซ็นรับรองจากผู้นำชุมชน/กำนันผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงมี “ภาพถ่ายในขณะที่น้ำท่วม” ประกอบการลงทะเบียนด้วย
ซึ่งในส่วนนี้ประชาชนไม่ได้เตรียมมา เนื่องจากรัฐบาลประกาศยกเว้นให้ แต่ทางเทศบาลเมืองกลับขอเป็นหลักฐาน อีกทั้งการยื่นเอกสารใช้เวลานาน บางรายรอเป็นชั่วโมงแต่ไม่ถึงคิว บวกกับความแออัดของสถานที่
ขณะเดียวกันตามร้านถ่ายเอกสารในเขตเทศบาลเมือง ประชาชนต่างมาถ่ายเอกสาร และปริ้นภาพถ่ายจำนวนมาก เนื่องจากต้องการไปยื่นเป็นหลักฐานขอรับเงินเยียวยา ตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้นำมาแสดง
สำหรับการให้ความช่วยเหลือเยียวยานี้ ประชาชนในพื้นที่ต่างมองว่า ในแต่ละพื้นที่ทำไมถึงปฏิบัติไม่เหมือนกัน ทั้งที่มีหนังสือด่วนแจ้งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและท้องถิ่นในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ให้เร่งรัดช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ไม่สร้างภาระซ้ำซ้อนให้ประชาชน แต่มีการเรียกเก็บหลักฐานเพิ่มเติมจากที่ประกาศไว้ ทำให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ต้องเสียเวลา และค่าใช้จ่ายในการจัดหาหลักฐานภาพถ่าย
ด้าน น.ส.นูรีรัตน์ มูฮาหมัดอารีเป็ง ชาวบ้านชุมชน ณ นคร เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส เปิดเผยว่า บ้านอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ถูกน้ำท่วมเป็นประจำ แต่เมื่อมายื่นขอรับเงินเยียวยา กลับพบว่าต้องนำ “รูปภาพตอนน้ำท่วม” ไปประกอบ ทั้งที่ จากข้อมูลที่ได้ยินมาไม่จำเป็นต้องใช้ ทำให้ใช้เวลาทั้งวันยังทำเรื่องไม่เสร็จ เพราะต้องหาและนำรูปภาพไปยืนยัน
“เขาบอกว่าไม่ต้องใช้รูปภาพ แต่พอไปยื่นจริงกลับต้องใช้ ทำให้ยุ่งยากมาก คนต้องไปยืนรอถ่ายรูป–ปริ้นรูปเต็มร้านเอกสารไปหมด”
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าว ประชาชนเรียกร้องให้หน่วยงานท้องถิ่นเร่งปรับขั้นตอนให้สอดคล้องกับแนวทางที่ สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กำหนด เพื่อลดภาระผู้ประสบภัยที่เดือดร้อนอยู่แล้ว และให้กระบวนการช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตามเจตนารมณ์ของหน่วยงานส่วนกลาง