หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese

ปมมรดกพันล้านตระกูล "ทองแท่งไทย" ยังไม่จบ หลังยื่นศาลขอแบ่งครึ่ง ชี้เป็นสินสมรส

12 ธ.ค. 2568 - 19:40 น.

ปมมรดกพันล้านตระกูล “ทองแท่งไทย” ยังไม่จบ เดินหน้ายื่นศาลเยาวชนฯ ขอแบ่งกรรมสิทธิ์ร่วมครึ่งนึง วอนศาลฯชี้เป็นสินสมรส เพราะแม้จะหย่ากัน แต่ทุกบาททำร่วมกันมา

วันที่ 12 ธ.ค.2568 ที่ศาลเยาวชนและครอบครัว จ.ขอนแก่น เขตเทศบาลนครขอนแก่น นางสมพิศ แซ่แล อายุ 78 ปี พร้อมด้วยบุตรชายคือ นายประกิต ทองแท่งไทย ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครขอนแก่น, นายปรัชญา ทองแท่งไทย สมาชิกสภา อบจ.ขอนแก่น นายนิพนธ์ ทองแท่งไทย อดีตนายก อบต.วังสวาป และนายชนาธิป สุโพธิ์ ทนายความ ได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวขอนแก่น

เพื่อขอแบ่งกรรมสิทธิ์ร่วม จากคดีพินัยกรรมที่ฉ้อฉล โดยมีการนำเอกสารทะเบียนสมรส, ทะเบียนหย่า และเอกสารโฉนดที่ดินต่างๆ ที่มีสิทธิ์ครอบครองร่วมกับ นายเฮง ทองแท่งไทย ในขณะนั้นมาแสดงต่อศาล ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนสนใจและผู้ที่ให้การเคารพนับถือที่มาร่วมให้กำลังใจจำนวนมาก

นายชนาธิป สุโพธิ์ ทนายความ กล่าวว่า คดีที่เกิดขึ้นเป็นที่ทราบกันว่าเกิดจากพินัยกรรมที่ฉ้อฉล ซึ่งครอบครัวได้ต่อสู้ ในกระบวนการของศาล มาตั้งแต่การยื่นขอให้พินัยกรรมเป็นโมฆะ และการขอเข้ามาเป็นผู้จัดการมรดก เพื่อร่วมสืบทรัพย์ ที่มีมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และวันนี้ภรรยาคนที่ 1 คือนางสมพิศ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฯ เพื่อขอแบ่งกรรมสิทธิ์รวม เพราะนางสมพิศ และนายเฮง ได้แต่งงานกันและจดทะเบียนสมรสกันในปี 2520 และหย่าในปี 2541

ในระหว่างที่ครองรักกันมีทายาท ที่ถูกต้องตามกฎหมาย 4 คน นางสมพิศ ภรรยาคนที่1 ทนไม่ไหวลูกชายโดนรังแก ทั้งที่ทำงานลำบากมาด้วยกัน จนมีทุกวันนี้ โดยในช่วงของการครองรักกันนั้น มีการนำที่ดินที่ เป็นสินสมรสมาจำหน่าย เพื่อนำไปลงทุนทำธุรกิจโรงโม่หิน และธุรกิจต่างๆ อีกทั้งทรัพย์สินในการครองรักกันของนางสมพิศและนายเฮง ยังคงใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ตั้งแต่ปี 2520 จนถึงปัจจุบัน

“พินัยกรรมที่เป็นประเด็นมรดกพันล้าน ยังคงเป็นสิทธิ์ที่บ้านใหญ่เรียกร้อง ในสิทธิ์ที่ได้รับวันนี้ คือการร้องขอต่อศาล ให้ท่านได้พิจารณาเรื่องสินสมรส และกรรมสิทธิ์ร่วม เพื่อที่บ้านใหญ่จะมีสิทธิ์อันชอบธรรมครึ่งนึง เพราะนางสมพิศและนายเฮง ได้ใช้หยาดเหงื่อแรงกาย ในการสู้ชีวิตในขณะนั้น จนมาสู่รุ่นลูก และภรรยาคนที่ 2 ที่เฟื่องฟูรุ่งเรือง ดังนั้นจึงเป็นสิทธิ์ ที่จะขอแบ่งกรรมสิทธิ์ร่วม ในสิทธิ์ที่ควรจะได้รับเพราะธุรกิจ ที่เป็นแบบกงสี ทุกคนช่วยกันทำสร้างมาด้วยกัน”

นายชนาธิป กล่าวต่อว่า ขณะนี้ครอบครัวทองแท่งไทย ในทายาทบ้านที่ 1 กังวลเรื่องความปลอดภัยอย่างมาก ดูได้จากการนัดพร้อมนัดแรก ของศาลจังหวัดชุมแพ ที่คู่กรณีได้นำทหารและตำรวจ มาเต็มศาล จนทำให้ครอบครัวแรกเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย และหากมีอะไรเกิดขึ้น เชื่อได้ว่าเกิดจากการกระทำของครอบครัวที่ 2 เป็นแน่

ดังนั้นวันนี้ จึงยื่นขอต่อศาลให้ท่านได้พิจารณาในการขอแบ่งกรรมสิทธิ์ร่วม 50% เพราะทรัพย์สินขณะที่ทั้งคู่ครองรักกัน ยังคงใช้เป็นหลักค้ำประกันการทำธุรกิจมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งไม่เกี่ยวว่าพินัยกรรมจะระบุอย่างไร แต่ครอบครัวแรก ยังคงยืนหยัดต่อสู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง

ต่อสู้ด้วยพยานหลักฐาน แม้จะกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่ทั้งครอบครัวยังคงรักใคร่กันดี มีการพบปะพูดคุยกันระหว่างนายเฮง ผู้ตายกับลูกๆทั้ง 4 คน มาตลอด ไปมาหาสู่กันมาตลอด แต่พินัยกรรมระบุออกมาขัดแย้งกับข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง จึงทำให้ทุกคนได้รวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องสิทธิ์อันพึงมี และสิทธิ์ที่ควรได้รับ ในเรื่องของมรดก ที่ค้นเจอและยังค้นหาไม่เจอในขณะนี้ เลยขอให้ศาลช่วยให้ความเป็นธรรม


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

ปมมรดกพันล้านตระกูล "ทองแท่งไทย" ยังไม่จบ หลังยื่นศาลขอแบ่งครึ่ง ชี้เป็นสินสมรส