สระบุรี ‘ขอเป็นแม่ลูกทุกชาติไป’ มารดาสิบเอกชวกร สุดกลั้นน้ำตา ภูมิใจในตัวลูกมากที่สุด วันสุดท้ายก่อนพิธี พระราชทานเพลิงศพ ทหารกล้า พลีชีพในสมรภูมิรบ ปกป้องอธิปไตยไทย
13 ธ.ค. 68 – ที่ศาลาการเปรียญวัดหนองบัว อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี ซึ่งวันนี้ เป็นวันสุดท้าย ก่อนจะมีการพระราชทานเพลิงศพ สิบเอกชวกร เดชขุนทด ซึ่งเสียชีวิตในสมรภูมิชายแดนไทย-กัมพูชา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นผู้เชิญน้ำหลวงอาบศพพระราชทาน และเชิญพวงมาลาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปวางที่หน้าหีบศพ ส.อ.ชวกร เดชขุนทด พลตรีศรันตย์ รอดบุญธรรม
ผู้บัญชาการกองพลทหารม้า 2 รักษาพระองค์ พลตรีภัทราวุธ ทิพโกมล ผู้บัญชาการมฆทลทหารบกที่ 18 สังกัด กองพันทหารม้าที่ 11 กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ (ม.4 พัน.11 รอ.) ค่ายอดิศร จ.สระบุรี ซึ่งได้สละชีวิตในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันอธิปไตยของชาติ บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ณ ฐานบ้านต้นพยุง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่ผ่านมา

โดยวันนี้ในช่วงเช้า ได้มีการเตรียมการ ในการพระราชทานเพลิงศพ โดยมีหน่วยงาน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสระบุรี และเจ้าหน้าที่ทหาร ได้ทำการเตรียมการ จัดสถานที่ เพื่อประกอบพิธี พระราชทานเพลิงศพในเวลา 16.30 น
นางนารีรัตน์ เดชขุนทด มารดาสิบเอกชวกร กล่าวว่า ตนเองยังทำใจไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นมันเร็วเกินไปสำหรับตนเอง แต่ตนเองรู้สึกภูมิใจในตัวลูก และเป็นเกียรติสำหรับวงศ์ตระกูล แต่ในความรู้สึกตนเองก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ก็สมศักดิ์ศรี และเคารพในการตัดสินใจของลูก
ตนเองก็เข้าใจเลยว่า ที่ครอบครัวผู้สูญเสียออกมาพูดว่า แม่ภูมิใจในตัวลูก ส่วนหนึ่งก็ออกมาจากความเป็นจริง แต่ความรู้สึกในความเป็นจริงมันเจ็บปวด

สำหรับตนเองมันเร็วมากๆ เพิ่งได้คุยกันเมื่อวันที่ 8 และวันที่ 9 ตนเองก็ต้องมาสูญเสียเขาไปเลย มันก็ทำใจค่อนข้างยาก ตนเองก็เสียใจ มันสุดจะบรรยาย มันพูดอะไรไม่ออก ซึ่งตนเองก็มีลูกชายเพียงแค่คนเดียว ซึ่งตนเองไม่อยากให้มีการสูญเสียเลย สำหรับครอบครัวทหารหาญ
ตนเองยอมรับ สำหรับการดูแลของทางทหาร ดูแลดีมากๆ ทุกคนให้ความช่วยเหลือดูแลให้ความสะดวก ทุกหน่วยงาน ไปจัดการเรื่องเอกสารต่างๆ สะดวกสบายทุกอย่าง
ส่วนเรื่องการเยียวยานั้น ตนเองขอดูในรายละเอียดที่ครั้ง ซึ่งมีขั้นตอนอยู่ ก็มีบางส่วนที่เยียวยามาบ้างเพื่อมาจัดงาน ซึ่งก็ให้ทาง ภรรยา ของสิบเอกชวกร เป็นผู้จัดการ เพราะว่า ทางแม่ยกสิทธิ์ให้ ภรรยาสิบเอกชวกรดูแล
นางนารีรัตน์ ยังกล่าวเสริมทั้งน้ำตาว่า อยากจะบอกลูกชายว่า แม่ภูมิใจในตัวลูกมากที่สุด และรักลูกมากที่สุด ไม่อยากที่จะสูญเสีย แต่ถ้าแลกอะไรหลายๆ อย่างกลับคืนมา แม่ก็ยอม ลูกทั้งคนแม่รักเขามาก มันอยู่ในความทรงจำที่เจ็บปวดสำหรับการสูญเสีย
อยากให้ลูกรู้ว่า แม่รักลูกมาก หนูไม่ต้องเป็นห่วงอะไรทั้งนั้น พ่อกับแม่จะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด จะดูแลหลานให้ดีที่สุด โดยเฉพาะยาย ที่เขาเป็นห่วงที่สุด ก็จะดูแลให้ดีที่สุด อยากให้ลูกรับรู้ว่า แม่รักลูกมาก มันคือชีวิตทั้งชีวิต

นางนารีรัตน์ ขณะเข้ามาไหว้ต่อหน้ารูปของลูกชาย กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือสุดกลั้นน้ำตา ว่า เกิดชาติหน้า ไม่ว่าจะชาติไหน ก็ตามขอให้เกิดมาเป็นลูกแม่ทุกชาติๆ และแม่สัญญา ไม่ว่าจะเป็นชาติไหน แม่จะดูแลลูกให้ดีที่สุด ดีขึ้นทุกชาติๆ ไป แต่ขออย่างเดียว ขอให้กลับมาเป็นลูกแม่แค่นั้น
ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น ทุกคนรักและภูมิใจ จะดูแลตัวเองดูแลทุกคนให้ดีที่สุด แม่รู้ว่าแทนรักลูกมาก รักยายมาก ถึงแม่จะไม่ดีพอในความรู้สึกของลูกเท่ากับแม่คนอื่นๆ แต่อยากให้แทนมั่นใจว่า แม่จะให้แทนรู้ว่าแม่ทำได้ แม่จะดูแลหลาน และยาย อย่างที่แทนเคยบอกกับแม่ว่ารักพวกเขามากที่สุด