ทหารจับตัว ผู้ใหญ่บ้าน พื้นที่ อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ตามกฎอัยการศึก มาเค้นสอบ หวั่นเป็นไส้ศึกแจ้งข่าวให้กัมพูชา หลังจับสัญญาณมือถือ โทรไปหาญาติที่กัมพูชา
เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารจากกองกำลังบูรพา เข้าควบคุมตัวผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.โคกสูง จ.สระแก้ว โดยผู้ใหญ่บ้านโทรศัพท์ไปหาญาติที่ฝั่งกัมพูชา และเจ้าหน้าที่ทหารสามารถจับสัญญาณมือถือได้ ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง จึงเรียกประชุมผู้นำชุมชนเมื่อวานนี้ และขอยึดโทรศัพท์มือถือทุกคนไปตรวจสอบ
โดยใช้กฎอัยการศึก เข้าควบคุมผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ซึ่งกรณีดังกล่าวได้รับการยืนยันจากนายตำรวจในพื้นที่ว่า มีการควบคุมตัวจริง เพื่อนำไปสอบสวนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนมีการเรียกประชุมดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว พบว่าหมู่บ้านดังกล่าวเป็นญาติกับฝั่งเขมร 90 เปอร์เซ็นต์ หลังผู้ใหญ่บ้านแห่งนี้ ถูกทางทหารเข้ารวบตัว นำตัวไปสอบสวน ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังพบข้อมูลว่า มีพฤติกรรมส่งข้อมูลให้กับทางฝั่งกัมพูชา ขณะนี้ยังถูกควบคุมตัวอยู่ และอยู่ระหว่างการสอบสวน เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว “เจ๊รัตน์” อดีตเมียกำนันลี ตามกฎอัยการศึกมาแล้ว
ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายเชื่อม (สงวนนามสกุล) อายุ 74 ปี และนายชาญ (สงวนนามสกุล) อายุ 73 ปี ซึ่งทั้ง 2 คน ยอมรับว่าที่หมู่บ้านแห่งนี้ร้อยละ 90 เปอร์เซ็นต์ มีญาติอยู่ฝั่งเขมร เนื่องจากสมัยก่อนปู่ ย่า ตายาย อพยพมาจากเขมร มาอยู่กันตั้งแต่ยังเป็นป่ายังมีเสือโคร่งอาศัยอยู่เลย
“สมัยก่อนจะเข้าไปยังตัวเมืองอรัญประเทศ จะต้องเดินเท้าไป ผ่านป่าดงดิบและต้องไปค้าง 1 คืน แต่พวกตนมาเกิดที่นี่ในแผ่นดินไทย ตนก็รักประเทศไทยซึ่งเป็นบ้านเกิด ส่วนผู้ใหญ่บ้านจะเป็นสายลับให้กับฝั่งเขมรหรือไม่ ลุงก็ไม่กล้ายืนยัน แต่แกเป็นคนกินเหล้า เวลาเมาก็อาจพูดอะไรส่งเดชไป แต่เรื่องจริงเป็นอย่างไร ก็ต้องรอฟังทางราชการดูก่อน” นายเชื่อม กล่าว
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังชายแดน พบกับ นายเสงี่ยม (สงวนนามสกุล) ซึ่้งกำลังมากู้รอบดักปลา ซึ่งนายเสงี่ยม บอกว่า ตอนนี้ลำบากมาก ทำอะไรไม่ได้เลย วัวก็ต้องเอาฟางไปให้กินในคอก เอาออกมาเลี้ยงข้างนอกไม่ได้เลย
ส่วนบ้านเรือนประชาชนที่อยู่แนวชายแดนยังปิดสนิทกันทุกบ้าน เนื่องจากอพยพออกไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงฯ บางคนก็เข้าไปอยู่ตามหลุมหลบภัย ซึ่งช่วงเช้าที่ผ่านมาก็เริ่มมีการยิงปะทะเหมือนทุกวันตลอด 7-8 วัน ที่ผ่านมา อยากให้ทหารทำให้จบ จะได้ทำมาหากินกันได้
กรณีการตรวจสอบบุคคลที่คาดว่า จะเป็นไส้ศึกหรือสายลับ ส่งข้อมูลให้กับฝ่ายกัมพูชานั้น พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด ที่กห.0481.2/707 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2568 เรื่อง การกักตัวบุคคลนั้นไว้เพื่อการสอบถาม หรือตามความจำเป็นของทางราชการทหาร ส่งไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว อ้างถึงพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พระพุทธศักราช 2457
จากสถานการณ์ในปัจจุบัน ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว มีการผลักดันชาวกัมพูชากลับประเทศ การรับตัวคนไทยที่ไปทำงานในประเทศกัมพูชา กลับเข้ามาในประเทศไทย และจับกุมตัวกลุ่มหรือบุคคล ที่ต้องสงสัยเป็นสายลับ อาจแฝงตัวเข้ามาในประเทศ เพื่อให้การปฏิบัติในการควบคุมตัว
สอบสวนตรวจสอบกลุ่มบุคคลดังกล่าว โดยทางกองกำลังบูรพา ขอให้ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว และสภ.ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ดำเนินการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย/ ผู้ต้องหา ไว้เพื่อสอบสวนจำนวน 7 วัน โดยอาศัยอำนาจ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พระพุทธศักธศักราช 2457 ตามมาตรา 15 ทวิ โดย กองกำลังบูรพา จะจัดเจ้าหน้าที่เข้าร่วมตรวจสอบ เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป