บอร์ดอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก เสนอ “เชียงใหม่ นครหลวงล้านนา” ขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม เร่งเสนอครม. ก่อนมรดกโลกปรับระเบียบใหม่

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ครั้งที่ 5/2568 ร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวัฒนธรรม

โดย นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก มีมติเห็นชอบให้ประเทศไทยเสนอขอขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ในชื่อ “เชียงใหม่ นครหลวงล้านนา” พร้อมมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะหน่วยงานประสานหลัก เร่งนำเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีโดยด่วน เพื่อให้ทันกำหนดส่งเอกสารต่อศูนย์มรดกโลกภายในวันที่ 30 มกราคมนี้

ขณะที่ “เชียงใหม่ นครหลวงล้านนา” อยู่ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ของประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2558 และในปีนี้ครบ 10 ปีพอดี โดยที่ผ่านมาได้มีการจัดทำร่างเอกสารเสนอชื่อ (Nomination Dossier) ส่งให้ศูนย์มรดกโลกตรวจในเชิงรูปแบบ และได้ปรับปรุงแก้ไขตามข้อสังเกตเรียบร้อยแล้ว จึงถือเป็นเอกสารฉบับสมบูรณ์ พร้อมเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ การดำเนินการมีความเร่งด่วน เนื่องจากหากไม่สามารถยื่นเอกสารภายในกรอบเวลาที่กำหนด จะทำให้ประเทศไทยต้องเข้าสู่กติกาใหม่ของศูนย์มรดกโลก ซึ่งกำหนดให้มีขั้นตอนการจัดทำรายงานประเมินเบื้องต้น (Preliminary Assessment Report) เพิ่มเติม ส่งผลให้กระบวนการล่าช้าออกไปอีกกว่า 2 ปี โดยปีนี้ถือเป็นปีสุดท้ายที่ประเทศซึ่งอยู่ในบัญชีเบื้องต้นมาก่อน สามารถยื่นเอกสาร เสนอชื่อแหล่งมรดกโลกอย่างเป็นทางการ (Nomination) ได้โดยตรง

ในด้านความพร้อม ปลัดกระทรวงฯ ระบุด้วยว่า ประเทศไทยมีความมั่นใจในศักยภาพของแหล่งที่นำเสนอ เนื่องจากได้คัดเลือกโบราณสถานที่สะท้อนอัตลักษณ์ล้านนาอย่างชัดเจน มีคุณค่าโดดเด่นเป็นสากล (Outstanding Universal Value: OUV) รวม 7 แห่ง ประกอบด้วยวัดสำคัญ 7 วัด และองค์ประกอบผังเมือง ได้แก่ กำแพงเมืองและคูเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเสนอขึ้นทะเบียน โดยในอนาคตยังสามารถขยายพื้นที่เสนอเพิ่มเติมในรูปแบบ กลุ่มการเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกแบบอนุกรม (Serial Nomination) ได้ หากมีการจัดทำข้อมูลสนับสนุนเพิ่มเติม

ด้าน นายบวรเวท รุ่งรุจี อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะ ผู้เชี่ยวชาญในคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก บอกถึงรายละเอียดวัดต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ที่จะเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรมว่า สำหรับวัดทั้ง 7 แห่งที่เป็นแกนหลักของการเสนอ ได้แก่
1. วัดเชียงมั่น วัดแรกของเมืองเชียงใหม่ที่พญามังรายโปรดให้สร้าง
2. วัดเจดีย์หลวง เจดีย์ขนาดใหญ่ที่สุดในอาณาจักรล้านนา
3. วัดพระสิงห์ แสดงพัฒนาการศิลปกรรมล้านนาต่อเนื่องหลายยุค และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์
4. วัดสวนดอก สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างล้านนา สุโขทัย และพุกาม รวมถึงเป็นที่ตั้งสุสานเจ้านายฝ่ายเหนือ
5. วัดอุโมงค์ สวนพุทธธรรม สถาปัตยกรรมอุโมงค์ใต้ดินแห่งเดียวในประเทศไทย
6. วัดพระธาตุดอยสุเทพ ตัวแทนคติความเชื่อทางพุทธศาสนาที่สำคัญของล้านนา
7. วัดโพธาราม หรือวัดเจ็ดยอด จำลองสถาปัตยกรรมพุทธคยาจากอินเดีย และมีสัตตมหาสถานครบถ้วน

นอกจากนี้ เมืองเชียงใหม่ยังคงรักษาผังเมืองรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส พร้อมกำแพงเมืองและคูเมืองที่สมบูรณ์ ซึ่งถือเป็นลักษณะผังเมืองที่โดดเด่นและพบแห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งการผลักดันเชียงใหม่ วัฒนธรรมล้านนา ขึ้นทะเบียนมรดกโลก ไม่เพียงเติมเต็มช่องว่างทางประวัติศาสตร์ของไทยในช่วงอาณาจักรล้านนา ซึ่งรุ่งเรืองยาวนานกว่า 200 ปี แต่ยังช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจของคนในชาติ และมีศักยภาพในการสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว เช่นเดียวกับกรณีสุโขทัยและอยุธยา ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกและสร้างรายได้ให้กับชุมชนและประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน