เกษตรกรในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ที่ได้กลับบ้านหลังสถานการณ์สู้รบคลี่คลาย เร่งกรีดยางพาราเอาไปขายหาเงินใช้หนี้ และใช้จ่ายในครอบครัว หลังขาดรายได้มานานกว่า 2 สัปดาห์
วันที่ 29 ธ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน เกษตรกรในพื้นที่อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหลังสถานการณ์สู้รบคลี่คลายลง เร่งเข้าไปกรีดยางพารา และเก็บยางก้อนถ้วยที่กรีดเอาไว้นำไปขายตามลานที่เปิดรับซื้อในพื้นที่ เพื่อหาเงินใช้จ่ายในครอบครัวและนำไปชำระหนี้ ทั้งค่างวดรถ ธกส. กองทุนหมู่บ้าน รวมถึงเงินกู้นอกระบบ
โดยต่างได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ทำให้ต้องอพยพออกจากพื้นที่ไม่สามารถกรีดยาง หรือประกอบอาชีพทำมาหากินได้นานกว่า 2 สัปดาห์ พอใกล้สิ้นเดือนไฟแนนซ์ และเจ้าหนี้ก็เริ่มทวงถาม ซึ่งปกติจะมีรายได้จากการกรีดยางพาราขายเฉลี่ยวันละ 500 – 1,000 บาท แต่เมื่อมีการสู้รบต้องอพยพหนีทำให้รายได้เป็นศูนย์
นางบังอร บอกว่า ช่วงที่มีการสู้รบได้อพยพไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงกว่า 2 สัปดาห์ เพิ่งได้กลับหลังจากมีการเจรจาหยุดยิง เมื่อกลับมาถึงบ้านก็รีบเข้าไปสำรวจสวนยางพาราว่าเข้าไปกรีดยางได้หรือไม่ เมื่อพบว่าเข้าได้ก็รีบเข้าไปกรีดยางและเก็บยางก้อนถ้วยไปขายจะได้มีเงินใช้จ่ายในครอบครัว รวมถึงชำระหนี้สินต่างๆ เพราะขาดรายได้มานานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว ส่วนเรื่องที่มีการเจราจาลงนามหยุดยิง 72 ชั่วโมง ส่วนตัวไม่เชื่อใจกัมพูชาว่าจะหยุดยิงจริง เพราะกัมพูชาไม่เคยซื่อสัตย์ ต่างจากไทยที่ซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา
ส่วนนางสุพรรณ บอกว่า อพยพไปอยู่ศูนย์พักพิงประมาณ 2 สัปดาห์ ก็ไม่มีรายได้อะไรเลย พอสถานการณ์คลี่คลายเพิ่งได้กลับเข้าบ้าน ก็ต้องรีบมากรีดยางและเก็บยางพารานำไปขาย เพื่อจะได้มีเงินใช้จ่ายและชำระหนี้สินต่างๆ เพราะตอนนี้เริ่มโทรมาทวงถามแล้ว

