ออกหมายจับแล้ว ไจ๋ โจร วิ่งราว เงินค่าผ่าตัดหัวใจ พบของกลางซุกไว้กำแพงข้างบ้านผู้ต้องหา แฉประวัติคดีเพียบ ล่าสุดเพิ่งไปวิ่งราวเหยื่อตอนสิ้นปี
จากกรณีคนร้ายขี่รถจยย.วิ่งราวทรัพย์กระเป๋าของ นางสุดจิตร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ซึ่งภายในมีเงินที่เป็นค่าผ่าตัดหัวใจของสามี เหตุเกิดบนถนนสายตรัง–ปะเหลียน พื้นที่หมู่ 4 ต.บ้านควน อ.เมือง จ.ตรัง เมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว สุดสะเทือนใจ เมียขี่จยย. โดนโจรวัยรุ่นประกบกระชากกระเป๋า เงินค่าผ่าตัดหัวใจสามี
ล่าสุดวันที่ 3 ม.ค.69 ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ตรัง ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.เมืองตรัง ลงพื้นที่หาข่าวจนทราบว่า คนร้ายคือ นายณัฐพงษ์ หรือไจ๋ อายุ 31 ปี ก่อนเข้าตรวจสอบบ้านพักในพื้นที่หมู่ 3 ต.โคกหล่อ อ.เมืองตรัง พบรถจยย.ที่ใช้ก่อเหตุจอดอยู่ภายในบ้าน นอกจากนี้ยังพบเสื้อคอปกแขนสั้นสีกรมท่า ซึ่งตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่ผู้ก่อเหตุสวมใส่ขณะลงมือ แต่ไม่พบตัวผู้ต้องหาในบ้าน
ต่อมา ตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสว่า พบทรัพย์สินของผู้เสียหายถูกซุกซ่อนไว้ในกล่องปี๊บเหล็ก บริเวณริมกำแพงบ้านพักของผู้ก่อเหตุ ตรวจสอบพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เงินสด 12,000 บาท และแหวนทองคำหนัก 2 สลึง 1 วง บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกมัดปากถุงอย่างแน่นหนา จึงตรวจยึดไว้
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออำนาจศาลออกหมายจับ นายณัฐพงษ์ ในข้อหา “วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” โดยคาดว่าผู้ต้องหาน่าจะหลบหนีออกนอกพื้นที่แล้ว
จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พบว่า นายณัฐพงษ์ เคยต้องคดีวิ่งราวทรัพย์ในพื้นที่ สภ.เมืองตรัง เมื่อปี 2556 เคยต้องคดีเสพยาเสพติด ในปี 2560 และล่าสุดในปี 2568 เคยถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ประเภท 2 หรือประเภท 5 ในพื้นที่ สภ.เมืองภูเก็ต
นอกจากนี้ จากข้อมูลการสืบสวนยังพบว่า เมื่อเวลา 09.17 น. วันที่ 31 ธ.ค.68 ผู้ต้องหายังได้ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ นางกานดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี ได้เงินสดไป 800 บาท โทรศัพท์มือถือ กุญแจรถยนต์ และเอกสารสำคัญ เหตุเกิดบนถนนสายเลี่ยงเมือง ระหว่างแยกต้นรักกับแยกท่าปาบ ต.นาพละ อ.เมืองตรัง เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป