สุดสะเทือนใจ เมียขี่จยย. โดนโจรวัยรุ่นประกบกระชากกระเป๋า เงินค่าผ่าตัดหัวใจสามี กล้องวงจรปิดบันทึกภาพชัด ลงมือกลางวันแสกๆ ก่อนหลบหนีไปอย่างใจเย็น วอนตำรวจเร่งจับกุมตัว
เมื่อเวลา 09.05 น. วันที่ 2 ม.ค.69 กล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์ คนร้ายก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ บนถนนสายตรัง–ปะเหลียน หมู่ 4 ตำบลบ้านควน อำเภอเมืองตรัง โดยคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น สวมเสื้อสีกรมท่า กางเกงขายาวสีดำ ไม่ปิดบังใบหน้า ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ สีดำ-เทา ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาประกบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สีขาว-แดง
จากนั้นคนร้ายฉกกระเป๋าสะพายจากไหล่ขวาของผู้เสียหาย คือ นางสุดจิต อายุ 57 ปี ชาวบ้านโคกพลา ตำบลโคกหล่อ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ซึ่งขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียว ขณะรถทั้งสองคันกำลังเคลื่อนที่ ก่อนคนร้ายจะขี่รถหลบหนีไปอย่างใจเย็น มุ่งหน้าไปทางสี่แยกบ้านควน
ทรัพย์สินภายในกระเป๋า ประกอบด้วย เอกสารสำคัญ โทรศัพท์มือถือ เงินสดประมาณ 10,000 กว่าบาท และแหวนทองคำหนัก 2 สลึง มูลค่าประมาณ 32,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกประทุษร้ายไปเกือบ 50,000 บาท
ภาพจากกล้องวงจรปิดหลังเกิดเหตุพบว่า ผู้เสียหายขี่รถไปจอดบริเวณไหล่ทางก่อนจะขับออกไป ต่อมาทราบว่าได้ไปบอกเล่าเหตุการณ์ให้ญาติทราบที่บ้าน ก่อนแจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ภายหลังบุตรชายพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง เพื่อให้ติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี โดยเจ้าหน้าที่ได้วิทยุแจ้งรูปพรรณสัณฐานของคนร้าย รวมถึงยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุแล้ว
นางสุดจิต ให้การด้วยอาการตื่นตกใจว่า ตนเฝ้าดูแลสามี ซึ่งป่วยและเข้ารับการผ่าตัดหัวใจอยู่ที่โรงพยาบาลตรัง ตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค.2568 ก่อนเกิดเหตุขี่รถออกจากโรงพยาบาล เพื่อกลับบ้านในพื้นที่บ้านโคกพลา ตำบลโคกหล่อ โดยไม่ได้แวะที่ใด กระทั่งถึงบริเวณจุดเกิดเหตุและชะลอรถ เพื่อจะแวะซื้อข้าวแกงกลับบ้าน และตั้งใจจะกลับไปเฝ้าสามีต่อ แต่จังหวะนั้นคนร้ายได้ขับรถมาประกบ ก่อนกระชากกระเป๋าที่สะพายอยู่จนหลุดจากมือ แล้วหลบหนีไปทันที
ผู้เสียหายระบุว่า ไม่สามารถเห็นใบหน้าคนร้ายได้อย่างชัดเจน รู้เพียงว่าไม่ได้ปิดบังใบหน้า ส่วนเงินสดจำนวนดังกล่าวเป็นเงินของสามีที่ฝากไว้ เพื่อนำไปใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล และไม่เคยรู้จักหรือคุ้นเคยกับผู้ก่อเหตุมาก่อน
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างเรียกร้องให้ตำรวจเร่งจับกุมคนร้าย เนื่องจากเป็นการก่อเหตุอย่างอุกอาจในเวลากลางวันแสกๆ ในพื้นที่ที่มีประชาชนสัญจรพลุกพล่าน และไม่ปิดบังใบหน้า เสมือนเป็นการท้าทายกฎหมายบ้านเมือง

