“อัจฉริยะ” แจ้งความดำเนินคดี สาวกุเรื่องแจ้งความเท็จ ร่วมขบวนการช่วยปล่อยตัวจีนเทา ผกก.บางบัวทองสั่งดำเนินคดี พนักงานสอบสวนที่เอี่ยวทั้งอาญา-วินัยแล้ว
วันที่ 14 ม.ค.2569 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ยุวริน ในข้อหาแจ้งความเท็จกับพนักงานสอบสวน
หลังทำการตรวจสอบแล้วพบว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ย.68 น.ส.ยุวรินได้เข้าแจ้งความอันเป็นเท็จกับพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทองว่าถูกนายหวัง เล่ย ชาวจีน อายุ 41 ปี ก่อเหตุกระทำอนาจาร ขณะนั่งรถยนต์ไปส่ง ก่อนออกอุบายและวิ่งหลบหนี ขอความช่วยเหลือได้ และเข้าแจ้งความดำเนินไว้เป็นหลักฐาน
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า เรื่องราวของ น.ส.ยุวรินที่เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าถูกนายหวังเล่ย กระทำอนาจารใส่นั้น ไม่เป็นความจริงเลย ไม่เคยมีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น เพราะจริงแล้วนายหวังเล่ยถูกจับกุมตัวในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองมาโดยไม่ได้อนุญาต ในพื้นที่ของ สภ.บ้านแปลง จ.จันทบุรี และถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขัง โดยที่นายหวังเล่ยไม่เคยเดินทางมายังพื้นที่ สภ.บางบัวทองมาก่อน

ดังนั้น น.ส.ยุวริน จึงเป็นหนึ่งในขบวนการที่กุเรื่อง สร้างหลักฐานเท็จ โดยมีบุคคลว่าจ้างให้ น.ส.ยุวรินมาเข้าแจ้งความ เพื่อให้ศาลแขวงจังหวัดนนทบุรีออกหมายอายัดตัวนายหวังเล่ย เพื่อนำตัวมาดำเนินที่ สภ.บางบัวทอง ก่อนจะถูกปล่อยตัวไป ซึ่งนายหวังเล่ยเป็นบุคคลที่ทางการจีนต้องการตัว
ตนในฐานะประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม จึงได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง เพื่อให้ดำเนินคดีกับ น.ส.ยุวริน ในข้อหาให้การอันเป็นเท็จกับพนักงานสอบสวน และข้อหาอื่นๆตามความผิดที่ปรากฎ

ด้าน ผกก.สภ.บางบัวทอง กล่าวว่า เบื้องต้นทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งตั้งกรรมการสืบสวนสอบสวน และดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนรายนี้แล้ว ในข้อหาปลอม และใช้เอกสารปลอม รวมทั้งข้อหาปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งจะดำเนินการส่งเรื่องให้กับทาง ป.ป.ช.ภายใน 30 วันต่อไป โดยพนักงานสอบสวนรายนี้ได้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาไปแล้ว ซึ่งถูกดำเนินการทั้งทางอาญาและวินัย
พ.ต.อ.ธรรศกร กล่าวอีกว่า เรื่องการแจ้งความเท็จ โดยอ้างตัวว่าเป็นผู้เสียหายนั้น เป็นการสร้างเรื่องขึ้นมา เพื่ออาศัยคำสั่งศาลไปอายัด และขอรับตัวผู้ต้องขังชาวจีนรายนี้ออกมา เพื่อทำการปล่อยตัวโดยร่วมมือกันเป็นขบวนการ ทำให้พนักงานสอบสวนรายนี้ถูกออกคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่จังหวัดแล้ว

จากการตรวจสอบของตนในฐานะหัวหน้าสถานี พบว่ามีพนักงานสอบสวนเพียงรายนี้รายเดียวเท่านั้นที่ร่วมขบวนสร้างหลักฐานเท็จ เพื่อทำเรื่องอายัดชาวจีนออกมา เพื่อปล่อยตัว โดยพบว่าพนักงานสอบสวนรายนี้ ทำคดีในลักษณะดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือชาวจีน 3 คนใน 2 คดี