กงสุลใหญ่เวียตนาม เผย การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งชาติ ครั้งที่ 14 พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เดินหน้ากำหนดเป้าหมายกับภารกิจ 5 ปีข้างหน้า

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 20 ม.ค.2569 นายดิง ฮว่าง ลิงห์ กงสุลใหญ่สาธารณรัฐสังคมเวียตนามประจำประเทศไทย ที่ จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1930 พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามได้จัดการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งชาติมาแล้ว 13 ครั้ง

การประชุมแต่ละครั้งมีภารกิจทางการเมืองที่แตกต่างกัน แต่ล้วนเป็นหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาของพรรคและของประเทศสานต่อความสำเร็จจากการประชุมครั้งก่อน การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งชาติ ครั้งที่ 14 ของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ถือเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญยิ่ง

กงสุลใหญ่เวียตนาม

กงสุลใหญ่เวียตนาม เผย การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งชาติ ครั้งที่ 14 พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เดินหน้ากำหนดเป้าหมายกับภารกิจ 5 ปีข้างหน้า

มีความหมายชี้ขาดต่อทิศทางการพัฒนาในอนาคตของเวียดนามในยุคใหม่ การประชุมครั้งที่ 14 ไม่เพียงทบทวนเส้นทางการพัฒนาในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และกำหนดเป้าหมายกับภารกิจสำหรับ 5 ปีข้างหน้าเท่านั้น

หากยังมีบทบาทในการกำหนดกรอบความคิดเชิงยุทธศาสตร์ วิสัยทัศน์ และแนวทางการพัฒนาของประเทศจนถึงช่วงกลางศตวรรษที่ 21 ซึ่งผลลัพธ์ของการดำเนินการตามมติการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งชาติ ครั้งที่ 13 พรรคได้ตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

ด้วยความเป็นเอกภาพและความมุ่งมั่น ทั้งประเทศได้ดำเนินการตามมติของการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งชาติ ครั้งที่ 13 อย่างประสบความสำเร็จ และบรรลุผลลัพธ์ที่โดดเด่น ดังนี้ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคได้รับการธำรงรักษาไว้ โดยสามารถควบคุมอัตราเงินเฟ้อ หนี้สาธารณะ
และการขาดดุลงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพดุลการค้ามีส่วนเกินในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

อัตราการเติบโตของ GDP เฉลี่ยในช่วงปี 2021–2025 อยู่ที่ประมาณร้อยละ 6.3 ต่อปี นับว่าสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ภายในปี 2025 GDP มีมูลค่าสูงกว่า 510 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 1.47 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2020) และรายได้ต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เวียดนามก้าวเข้าสู่กลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับบน คุณภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจดีขึ้น

โครงสร้างเศรษฐกิจปรับตัวไปในทิศทางของความทันสมัยมากขึ้น โดยสัดส่วนของภาคอุตสาหกรรมและบริการเพิ่มสูงขึ้น โครงการที่อ่อนแอเรื้อรังและองค์กรเศรษฐกิจที่ขาดประสิทธิภาพจำนวนมากได้รับการแก้ไข โครงสร้างพื้นฐานได้รับการขยายตัวอย่างสอดประสาน

มีโครงการระดับชาติขนาดใหญ่และสำคัญจำนวนมากเริ่มดำเนินการภาคเอกชนได้รับการเอื้ออำนวยให้พัฒนาอย่างเข้มแข็งกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ โดยมีบรรษัทเอกชนขนาดใหญ่หลายแห่งเกิดขึ้นและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติ

การพัฒนาด้านวัฒนธรรม มนุษย์ และสังคมมีความก้าวหน้าอย่างสำคัญ มีความคืบหน้าเด่นชัดในหลายสาขา ระบบประกันสังคมและมาตรฐานการดำรงชีวิตของประชาชน ได้รับการปรับปรุงอย่างเห็นได้ชัด นโยบายด้านการพัฒนามนุษย์อย่างรอบด้านได้รับการดำเนินการอย่างจริงจัง

ดัชนีการพัฒนามนุษย์ (HDI) ของเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อยู่ที่ระดับ 0.766 เพิ่มขึ้น 14 อันดับ จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนามนุษย์ระดับ “สูง” ขณะเดียวกัน อันดับดัชนีความสุขโลกของเวียดนามขยับขึ้นถึง 33 อันดับ มาอยู่ที่อันดับที่ 46 จาก 143 ประเทศ

การศึกษาและการฝึกอบรมได้รับการปฏิรูปอย่างเป็นรากฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลได้รับการส่งเสริม การเติบโตทางเศรษฐกิจเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นกับความก้าวหน้าทางสังคมและความเป็นธรรม สวัสดิการและระบบประกันสังคมได้รับความสำคัญอย่างมาก ความเป็นอยู่ทั้งด้านวัตถุและจิตใจของประชาชนดีขึ้นอย่างชัดเจน

โดยอัตราความยากจนลดลงอย่างรวดเร็วจากร้อยละ 4.4 ในปี 2021 เหลือร้อยละ 1.3 ในปี 2025 บรรลุเป้าหมาย “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ระบบสาธารณสุขพัฒนาไปในทิศทางที่ดี สามารถควบคุมโรคระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และเชี่ยวชาญเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูงหลายด้าน ภาคการแพทย์เอกชนขยายตัว ความครอบคลุมของการประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 95.2 ของประชากร (จากร้อยละ 90.9 ในปี2020) และอายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 74.8 ปี (รวมปีสุขภาวะประมาณ 64 ปี)

“การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งชาติครั้งที่ 14 ภายใต้ธงอันรุ่งโรจน์ของพรรค ผนึกกำลังและเอกฉันท์ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศให้ประสบความสำเร็จภายในปี 2030 สร้างความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์

การพึ่งพาตนเอง ความยืดหยุ่น ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจในยุคแห่งความเจริญก้าวหน้าของชาติ เพื่อสันติภาพ เอกราช ประชาธิปไตย ความมั่งคั่ง ความก้าวหน้า ความผาสุก และยึดมั่นในเส้นทางสู่สังคมนิยมอย่างแน่วแน’

ประเด็นนี้สะท้อนถึงความเป็นเอกภาพทั้งในความคิดและการปฏิบัติเสริมสร้างความเชื่อมั่นของสาธารณชน และยืนยันถึงปัญญา ความแน่วแน่และความมั่นคงของพรรค รวมทั้งพลังของชาติ โดยมีเป้าหมายการพัฒนา

คือการธำรงรักษาสภาพแวดล้อมแห่งสันติภาพและเสถียรภาพอย่างมั่นคงส่งเสริมการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็วและยั่งยืนควบคู่กับการพิทักษ์รักษาปิตุภูมิอย่างแน่วแน่ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรอบด้าน สร้างความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์

การพึ่งพาตนเอง และความยืดหยุ่น พร้อมทั้งก้าวหน้าอย่างแข็งแกร่งในยุคใหม่ของชาติ มุ่งบรรลุเป้าหมายภายในปี 2030 ให้เวียดนามก้าวเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีอุตสาหกรรมสมัยใหม่และมีรายได้ปานกลางระดับบน และมุ่งสู่การบรรลุวิสัยทัศน์ว่า ภายในปี 2045 เวียดนามจะเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่มีรายได้สูง”

นายดิง กล่าวต่อว่า เรามีเป้าหมายสำคัญคือการมุ่งบรรลุอัตราการเติบโตของ GDP เฉลี่ยต่อปีร้อยละ 10 หรือสูงกว่าในช่วงปี 2026-2030 เพิ่ม GDP ต่อหัวเป็นประมาณ 8,500 ดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 และบรรลุดัชนีการพัฒนามนุษย์ (HDI) ประมาณ 0.78 ภายใต้ภารกิจสำคัญ 6 ประการ

ประกอบด้วย การให้ความสำคัญกับการสร้างกรอบสถาบันการพัฒนาที่ครอบคลุมและมีการประสานงานอย่างดี โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงระบบกฎหมาย กลไก และนโยบาย เพื่อขจัดคอขวดและอุปสรรคต่าง ๆ อย่างทันท่วงทีและเด็ดขาด ส่งเสริมนวัตกรรม และสร้างความสอดคล้อง สมดุลระหว่างการเติบโตกับการพัฒนา

รวมทั้งระหว่างความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม กับการป้องกันประเทศ ความมั่นคง และกิจการต่างประเทศ การเดินหน้าสร้างและปรับปรุงพรรคอย่างต่อเนื่อง
เสริมสร้างระบบการเมืองให้สะอาด เข้มแข็ง และครอบคลุม

ปรับปรุงวิธีการนำอย่างรอบด้าน เพิ่มขีดความสามารถของพรรคในการปรับตัวและพัฒนาตนเอง เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการนำและการบริหารประเทศเหนือรัฐและสังคม โดยเฉพาะในการสร้างรัฐนิติธรรมสังคมนิยม

“ส่งเสริมการพัฒนาอย่างเข้มแข็งของเศรษฐกิจตลาดที่มุ่งสู่สังคมนิยม ซึ่งมีความทันสมัยและบูรณาการในระดับนานาชาติ และตอบสนองต่อความต้องการของกองกำลังการผลิตรูปแบบใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น

การมุ่งสร้างความก้าวหน้าเชิงก้าวกระโดดด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เพื่อวางรากฐานให้แก่การพัฒนากำลังการผลิตใหม่ที่ทันสมัย ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ที่คัดเลือก

โดยมีปัญญาประดิษฐ์เป็นแกนหลัก การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และส่งเสริมวัฒนธรรม เพื่อให้กลายเป็นพลังภายในและแรงขับเคลื่อนหลักของการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็วและยั่งยืนและการเดินหน้าสร้างกองทัพประชาชนและกองกำลังความมั่นคงสาธารณะของประชาชนให้เป็นกองกำลังปฏิวัติ มีระเบียบ เป็นกองกำลังชั้นยอด และทันสมัย

ปกป้องเอกราช อธิปไตย ความเป็นเอกภาพ และบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติอย่างมั่นคง พร้อมทั้งส่งเสริมการดำเนินงานด้านการต่างประเทศอย่างครอบคลุม สร้างสรรค์ และมีประสิทธิภาพ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน