กองทัพไทย-สหรัฐ เดินหน้าร่วมฝึก “คอบร้าโกลด์ 2026” ปีที่ 45 ระดมกำลังพล 8,000 นาย 7 ประเทศ “จีน-อินเดีย-ออสซี่” โผล่ฝึกด้วย “เวียดนาม-ลาว” สังเกตการณ์ฝึก ไร้เงา กัมพูชา เข้าร่วม

22 ม.ค. 2569 – รายงานข่าวจาก กองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า การฝึก คอบร้าโกลด์2026 (CG.26) เป็นการฝึกร่วมผสมแบบพหุภาคี ระหว่างกองทัพไทย กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพมิตรประเทศ ในปีนี้ เป็นปีที่ 45 (Heavy Year) มีประวัติยาวนานที่สุด

ซึ่งเป็นการฝึกหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กองทัพไทย และกองกำลังสหรัฐ ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก (US PACOM) ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี

โดยมีประเทศเข้าร่วมการฝึกหลัก จำนวน 7 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ อินโดนิเซีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี และ มาเลเซีย ส่วนประเทศร่วมการฝึกเพิ่มเติม จำนวน 3 ประเทศ ประกอบด้วย จีน อินเดีย และออสเตรเลีย

สำหรับกลุ่มประเทศที่หมุนเวียนเข้ามาร่วมกิจกรรมได้แก่ ประเทศในโครงการเสนาธิการผสม ส่วนเพิ่มนานาชาติ หรือ MPAT (Multinational Planning Augmentation Team) จำนวน 10 ประเทศ

ประกอบด้วย บังกลาเทศ แคนดา ฟิจิ ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร อิตาลี มองโกเลีย เนปาล นิวซีแลนด์ และฟิลิปปินส์

ส่วนประเทศที่เข้าร่วมในโครงการสังเกตการณ์ฝึก(Combined Observer Liaison Team : COLT) จำนวน 10 ประเทศ ประกอบด้วย บรูไน เยอรมนี จอร์แดน ลาว เนเธอร์แลนด์ ปากีสถาน ซาอุดิอาระเบีย สวีเดน ติมอร์-เลสเต และเวียดนาม รวมทั้งสิ้น 30 ประเทศ

สำหรับจำนวนผู้เข้าร่วมการฝึก คอบร้าโกลด์ 2026 มากกว่า 8,000 นาย เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกฯ และพัฒนาขีดความสามารถทางทหารด้านการอำนวยการยุทธ์ร่วม และยุทธ์ผสม

เชื่อมโยงองค์กรความรู้ประสบการณ์ และรูปแบบการฝึกให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ดำเนินการฝึกการปฏิบัติการร่วม/ผสมในทุกมิติ (Combined Joint All Domain Operations : CJADO) โดยครอบคลุมการปฏิบัติการร่วมทั้งมิติทางบก มิติทางทะเล มิติทางอากาศ มิติห้วงอวกาศ (Space) และมิติทางไซเบอร์ (Cyber)

โดยกำหนดการฝึกหลัก ระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ถึง 6 มีนาคม 2569 ประกอบด้วยการฝึกสำคัญดังนี้

1. การฝึกและควบคุมบังคับบัญชา(Command and Control Exercise : C2X) มุ่งเน้นการปฏิบัติการทุมิติโดยการควบคุมการปฏิบัติการของ กกล.ทบ กกล.นย. ในการยกพลขึ้นบกบริเวณพื้นที่ หาดยาว จังหวัดระยอง รวมถึงการควบคุมมิติทางห้วงอวกาศและมิติทางไซเบอร์ร่วมอีกด้วย

2. โครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian Civil Assistance : HCA) ได้แก่ โครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์สำหรับโรงเรียนในพื้นที่การฝึก จำนวน 5 พื้นที่ การฝึกการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ (HADR) ประกอบด้วย การฝึกแก้ปัญหาบนโต๊ะ (HADR-TTX) และการฝึกสาธิตช่วยเหลือประชาชน (HADR-Demo) ซึ่งเป็นการฝึกสาธิตแนวทางในการปฏิบัติเป็นสถานี ตามกลไกการประสานงานพลเรือน-ทหาร และการสนับสนุนจากนานาชาติยามเกิดภัยพิบัติ

3. การฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise : FTX) มีกิจกรรมที่สำคัญประกอบด้วย การฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก (AMPHIBEX) การฝึกอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ขัดแย้ง (NEO/RJNO) การฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) การฝึกยิงอาวุธระยะไกล (HIRAIN) การฝึกโจมตีเป้าทางทะเล (Maritime Strike) การฝึกยิงป้องกันภัยทางอากาศ (IAMD) การต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (C-UAS) การฝึกต่อต้านการยกพลขึ้นบก (Counter Landing) และการฝึกปฏิบัติการยุทธวิธีด้านข่าวกรองสัญญาณ (SIGINT)

การฝึกร่วม-ผสม คอบร้าโกลด์ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เป็นการพัฒนาขีดความสามารถทางทหารของกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกในส่วนของกองทัพไทย และกองทัพมิตรประเทศเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ ความชำนาญ และเทคโนโลยีทางทหาร รวมทั้งเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับกำลังพลของกองทัพไทยและกองทัพมิตรประเทศ

อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการงานด้านการบรรเทาสาธารณภัยในภูมิภาคได้อย่างมีปะสิทธิภาพ ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตามิตรประเทศ และประชาคมโลกต่อไป

กองบัญชาการกองทัพไทย – https://www.rtarf.mi.th/th

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน