จากกรณีสามีใช้มีดทำครัวยาวประมาณ 5 นิ้ว แทงภรรยารุ่นพี่ ขณะยืนปรุงอาหารตามสั่งให้ลูกค้าในร้านขายอาหาร อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี กว่า 10 แผลและไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล หลังก่อเหตุคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไปในป่าหลังร้านสะดวกซื้อ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ติดตามไล่ล่าจับตัว โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา (อ่านข่าวประกอบ : ล่าผัวหนุ่มอำมหิต! ขอเงินเมียไม่ได้โมโหจัดคว้ามีดจ้วงไม่ยั้งจนมิดด้ามปักคาดับสยอง)
คืบหน้าล่าสุดวันที่ 26 เม.ย. พ.ต.อ.สุธีร์ เศรษฐวงศ์ ผกก.สภ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี พ.ต.ท.ไพบูลย์ วันงาม รอง ผกก.ป. ร.ต.อ.อุทัย นักลำทอง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีและชุดสืบสวนนอกเครื่องแบบนำตัวนายกฐิน หรือแบน กาสา อายุ 38 ปี ผู้ก่อเหตุบ้านเดิมอยู่เลขที่ 85 บ้านศรีสมบูรณ์ ม.6 ต.หนองทันน้ำ อ.กุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านขายอาหารตามสั่งหน้าโรงเรียนประจำอำเภอน้ำยืน บ้านวารีอุดม ต.สีวิเชียร หลังทำการจับกุมตัวได้เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา

โดยนายกฐิน พาชี้ที่เกิดเหตุและเส้นทางใช้หลบหนี หลังก่อเหตุใช้มีดแทงนางวารุณี หรือแขก เมืองจันทร์ อายุ 51 ปี ภรรยาจนถึงแก่ความตาย โดยมุ่งหน้าไปหาคนรู้จักที่หมู่บ้านน้ำยืน ม.6 ต.โซง อ.น้ำยืน ห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 10 กิโลเมตร หวังขอซ่อนตัว แต่เจ้าของบ้านไม่อยู่บ้าน ต่อมาชุดสืบสวนได้ไล่ล่าติดตามมาจับตัวเอาไว้หลังก่อเหตุได้ไม่ถึง 10 ชั่วโมง
จากการตรวจสอบในกระเป๋าสะพายใส่เสื้อผ้าของผู้ต้องหาพบจดหมายที่นายกฐิน เขียนระบายความในใจสาเหตุที่ต้องลงมือฆ่านางวารุณี เมียรุ่นพี่ เพราะใช้ให้ทำงาน ไม่ให้เงินใช้ แถมแจ้งตำรวจให้มาจับกล่าวหาว่าเสพยาบ้า นอกจากนี้ยังหึงหวงผู้ตาย เพราะเล่นเฟซบุ๊กและไลน์กับผู้ชาย

ทำให้ตลอด 1 ปีเศษที่อยู่ด้วยกันมีความคับแค้นข้องใจ จากนั้นจึงมีปากเสียงทะเลาะกัน ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจะมาแยกคนทั้งคู่ออกจากกัน โดยนายกฐินตั้งใจจะกลับบ้านเกิดที่อำเภอกุดข้าวปุ้น ตำรวจจึงพาไปส่งที่สถานีรถโดยสาร แต่นายกฐินตัดสินใจย้อนกลับมาใช้มีดทำครัวแทงนางวารุณี จนเสียชีวิต
เบื้องต้นได้แจ้งข้อหานายกฐินฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน คุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
