โชเฟอร์แท็กซี่ ขับจากกรุงเทพฯกลับบุรีรัมย์ หวังนำมาใช้หนี้ ธกส. จอดนอนข้างทาง ไฟไหม้รถวอด คลอกเสียชีวิต เผย รถเสียกลางทางไม่มีเงินจ่าย ก่อนขอช่างประกอบคืน
วันที่ 30 ม.ค.2569 ร.ต.อ.เดชา บุตรวิเศษ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.พุทไธสง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้รถยนต์ เหตุเกิดที่บ้านท่างาม ต.พุทไธสง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ที่เกิดเหตุเป็นถนนคอนกรีตภายในซอยหมู่บ้าน พบรถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า ลักษณะการจอดของรถจอดอยู่ไหล่ทางฝั่งขวาของถนนแต่จอดไม่เรียบร้อย สภาพรถถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคัน บริเวณเบาะคนขับรถพบร่างผู้เสียชีวิตชื่อ นายกุศล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี สภาพศพถูกไฟไหม้เหลือแต่โครงกระดูก บริเวณรอบข้างไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ

โชเฟอร์แท็กซี่ ขับจากกรุงเทพฯกลับบุรีรัมย์ หวังนำมาใช้หนี้ ธกส. จอดนอนข้างทาง ไฟไหม้รถวอด คลอกเสียชีวิต
จากการสอบถาม นายละมุด (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นน้องเขยของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.ที่ผ่านมา มีชาวบ้านโทรมาแจ้งว่ามีรถแท็กซี่ถูกไฟไหม้ ตนกับชาวบ้านจึงออกมาดู พบว่าตอนนั้นไฟได้ไหม้ร่างเกือบหมดแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่ไฟไหม้รถ ส่วนตัวมองว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ช่างประกอบรถคืนไม่สมบูรณ์
ด้าน นางสุนิสา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี หลานสาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ลุงคือผู้เสียชีวิต มีอาชีพขับรถแท็กซี่อยู่ที่กรุงเทพฯ กลับมาครั้งนี้ต้องการจะเอาเงินไปใช้หนี้ ธกส. ซึ่งลุงได้เล่าให้ตนฟังว่า ขับรถมาจากกรุงเทพฯ แต่รถมาเสียที่ อ.ประทาย จ.นครราชสีมา
เมื่อเอาไปซ่อมอยู่ที่ อ.ประทาย ช่างเรียกค่าซ่อม 20,000 บาท แต่ลุงไม่มีเงิน จึงให้ช่างประกอบรถให้คืน โดยช่างคิดค่าแรงรวมเป็นเงิน 5,000 บาท ส่วนสาเหตุที่รถไหม้ตนไม่ทราบ รู้แต่เพียงว่าลุงเป็นคนชอบนอนในรถ และมีโรคประจำตัวคือเจ็บขา ทั้งหมดต้องให้ตำรวจเป็นคนดำเนินการเรื่องคดี ส่วนญาติไม่ติดใจ
อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เดชา ได้นำกระดูกส่งสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ตรวจพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตอีกครั้ง


