หน.ไซต์งานก่อสร้าง ทะเลาะมีปากเสียงควักปืนยิงลูกน้องเสียชีวิต อ้างจะตบสั่งสอนแต่ ปืนลั่น ใส่โหนกแก้มเสียชีวิตคาที่
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 4 ก.พ.2569 ร.ต.อ.ประกรรษวัต เณรแขก รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุบลราชธานี รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต บริเวณไซต์งานก่อสร้างโครงการห้วยวังนอง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมชุดสืบสวน แพทย์นิติเวชและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน หน่วยกู้ภัยมูลนิธิศิษย์พระจี้กงอุบลราชธานี เข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบร่างนายประหยัด ใจกล้า อายุ 40 ปี นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตข้างรถสิบล้อบรรทุกเหล็กเส้น คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง ตรวจสอบสภาพศพ พบรูกระสุนปืนขนาด .32 ที่โหนกแก้มด้านซ้าย 1 นัด ตรวจสอบโดยรอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้
สอบถามนายวิชิต ผันผอง อายุ 57 ปี พ่อตานายประหยัด เปิดเผยว่า ผู้ตายเป็นลูกเขยทำหน้าที่ขับรถบรรทุกขนเหล็กเส้นไซด์งานที่เกิดเหตุ ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายฉันทิชย์ อายุ 57 ปี หัวหน้างาน ก่อนเกิดเหตุนายฉันทิชย์ เข้ามาที่ไซต์งานถามหานายประหยัด แต่ไม่เจอ โทรศัพท์หาก็ไม่รับสาย เนื่องจากนายประหยัดเอาเหล็กเส้นไปลงที่หน้างานอีกแห่งใกล้ๆกัน พอนายประหยัดกลับเข้ามาที่เกิดเหตุ จึงมีปากเสียงกับนายฉันทิชย์

โดยครั้งแรก สองคนทะเลาะกันเวลาประมาณ 13.00 ตนเองก็เข้าไปห้าม นายฉันทิชย์ได้ขับรถกระบะออกไป ก็ไม่คิดว่าจะมีอะไร ต่อมาเวลาประมาณ 14.50 น. นายฉันทิชย์ขับรถกระบะกลับเข้ามา พร้อมอาวุธปืนสั้น และมีปากเสียงกับนายประหยัดเป็นครั้งที่สอง นายฉันทิชย์ได้มีการท้าทายให้นายประหยัดลงมาจากรถ นายประหยัดลงจากรถแล้ววิ่งเข้าหานายฉันทิชย์ ซึ่งถืออาวุธปืนในมือ จึงได้เหวี่ยงปืนหานานประหยัด ทำให้ปืนลั่นเข้าที่โหนกแก้มซ้าย 1 นัด ล้มลงเสียชีวิต ก่อนที่นายฉันทิชย์ จะหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ

ด้าน พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี ไกรราช ผกก.สภ.เมืองอุบลราชธานี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ออกติดตาม นายฉันทิชย์ และประสานครอบครัวให้ นายฉันทิชย์ เข้ามอบตัวสู้คดี ซึ่งต่อมา นายฉันทิชย์ ได้ติดต่อขอมอบตัว จึงได้เดินทางไปรับตัวริมถนนห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร
จากการสอบสวน นายฉันทิชย์ มือปืนอ้างว่า เมื่อมีปากเสียงกับคนตาย ก็เลยกะเอาปืนมาตบหน้าสั่งสอน แต่ปืนเกิดลั่น กระสุนเข้าโหนกแก้มจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบจากบาดแผลด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อยืนยันสาเหตุที่ชัดเจนอีกครั้งต่อไป