ผิดพลาดร้ายแรง บุก! กรมอุทยานฯ ประท้วง อธิบดีอช.-สัตวแพทย์ จี้ลาออกโดยไม่มีเงื่อนไข ปม สีดอหูพับ ตายระหว่างเคลื่อนย้าย พร้อมเรียกร้อง 4 ข้อ ตั้งคำถาม 5 ประเด็น ย้ำตอบให้ชัดเจน
11 ก.พ. 69 – ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายกิติคุณ พลวัน ประธานองค์กรจัดสวัสดิภาพจิตอาสารักษ์สัตว์ไทย พร้อมเครือข่ายรวมกว่า 200 คน
เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียน และประท้วงให้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทบทวนการทำงาน และพิจารณาตัวเอง จากเหตุการณ์ช้างป่า “พลายสีดอหูพับ” ตาย โดยมี นายสุขี บุญสร้าง ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ เป็นผู้รับข้อร้องเรียน

นายกิติคุณ ระบุว่า ในฐานะประธานองค์กรสวัสดิกาพสัตว์จิตอาสารักษ์สัตว์ไทย และตัวแทนกลุ่มคนรักสัตว์ รวมทั้งประชาชนทั่วไป มีความเป็นห่วงใยในสวัสดิภาพของช้างและสัตว์ป่าอื่นๆ การจากไปของ ช้างหูพับ สร้างความสะเทือนใจ เสียใจ และคลางแคลงใจเป็นอย่างมาก ในการทำงานของท่าน และผู้ใต้บังคับบัญชา โดยเฉพะทีมสัตวแทพย์ทั้ง 5 ท่าน
โดยประชาชนต่างสอบถาม ถึงประเด็นที่ต้องการคำตอบชัดเจน คือ 1. เหตุใด กรมอุทยาน จึงไม่อุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครอง ในกรณีการให้ย้ายช้างหูพับและเพื่อน 2. ทำไมจึงใช้ยาสลบถึง 5 เข็ม และทำการยิงในขณะช้างทานอ้อยอยู่ 3. การประเมินน้ำหนักช้าง ใช้การประเมินแบบใด ไม่มีเครื่องชั่งน้ำหนักหรือไม่
4. ทำไมจึงต้องใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมากถึง 200 คน และ ใช้ไม้ทั้งเหล็กแหลม ในการจับช้างหูพับ ซึ่งจะสร้างความตื่นกลัวให้ช้าง 5. ความชำนาญของสัตวแพทย์มีเพียงใด และทำไมจึงไม่ให้สัตวแพทย์ ซึ่งมีความชำนาญมากกว่านี้เป็นผู้ดำเนินการ

จากเหตุความผิดพลาดร้ายแรงดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยกในสังคมมากกว่านี้ ดังที่ท่านทราบ และจากการเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดในการสั่งการครั้งนี้ ทางเราจึงเสนอข้อร้องเรียน
1. ขอเรียกร้องให้ท่านได้พิจารณาตนเอง ลาออกโดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมขอทบทวนความผิดพลาดในสิ่งที่เกิดขึ้น 2. ดำเนินการสอบสวน ทีมสัตวแพทย์เพื่อเอาผิด โดยทางเราจะร้องเรียนสัตวแพทย์สภาควบคู่ไปด้วย
3. หยุดเคลื่อนย้ายช้างป้าในทุกกรณี และหยุดการทำหมัน 4. ประสานงาน ตรวจสอบเอกสารสิทธิที่ดินผืนป่า บริเวณพื้นที่หูพับอาศัยอยู่ มีการบุกรุก สร้างรีสอร์ท หรือตัดไม้ทำลายป่าหรือไม่

ขณะเดียวกัน นางเดือนเต็ม สาลิตุล จากชมรมจิตอาสารักษ์สัตว์ เปิดเผยว่า ตนพร้อมจะทำหน้าที่เป็นทนายให้กับสีดอหูพับ โดยเห็นว่า คำสั่งย้ายควรได้รับการอุทธรณ์ พร้อมเรียกร้องให้ผู้บริหารกรมอุทยานฯ และทีมสัตวแพทย์ แสดงความรับผิดชอบทางจริยธรรม
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่า ในบริเวณแหล่งหากินของช้าง ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการใช้ยาซึมถึง 5 โดส อาจไม่สอดคล้องกับอายุและสภาพร่างกายของช้าง จึงเสนอให้ยกเลิกแนวทางการเคลื่อนย้ายช้างออกจากพื้นที่ และใช้มาตรการผลักดันช้างกลับสู่พื้นที่ธรรมชาติแทน

ด้านนายสุขี บุญสร้าง ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ยืนยันว่า จะนำข้อร้องเรียนและข้อกังวลทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณา ร่วมกับคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่กรมอุทยานฯ แต่งตั้งขึ้น เพื่อตรวจสอบกระบวนการทุกขั้นตอนอย่างรอบด้าน ก่อนรายงานผลต่อสาธารณชนอย่างโปร่งใส
พร้อมย้ำว่า กรมอุทยานฯ มีความห่วงใยและรักในช้างและสัตว์ป่าทุกตัว ไม่ต่างจากประชาชน โดยการจัดทีมปฏิบัติการครั้งนี้ ก็เป็นการคัดเลือกบุคลากรที่มีความพร้อม และดำเนินการตามระเบียบขั้นตอน เช่นเดียวกับการย้ายช้างตัวอื่น อีกทั้ง อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ร่วมพิจารณาตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล และความจำเป็นใน ขณะนั้น
กรมอุทยานแห่งชาติฯ – https://portal.dnp.go.th/Main