‘เฟิร์น’ ไม่กังวลถูกแจ้งความ ปมเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ ย้ำใช้วิธีนี้ปิดปากไม่ได้ ยันไม่ได้ถูกจ้างมา ถามกลับประชาชนถ้า กกต. ไม่ให้นับใหม่จะทำอย่างไร อยากรักษาสิทธิ์ของตัวเอง
วันที่ 12 ก.พ. 2569 ที่สนามแบดมินตัน อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี ภายหลังการทำบุญตักบาตรและกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เฟิร์น ในฐานะตัวแทนกลุ่มประชาชนที่เรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ของการเลือกตั้ง ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 ได้แถลงระบุว่า ในส่วนที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีประชาชนที่มาเรียกร้องสิทธิ ต้องกราบขอบพระคุณมากที่มอบข้อหาให้
ขอตั้งคำถามถึงผู้ใหญ่ว่า ตั้งใจใช้วิธีนี้ปิดปากประชาชนหรือไม่ หรือเพื่อให้หยุดการกระทำตรวจสอบการทำงานของท่านหรือไม่ แล้วเหตุใดจึงไม่พูดถึงเรื่องหลักฐานที่อยู่ในพื้นที่เลย ก่อนหน้านี้มีการกล่าวหาว่าหลักฐานของประชาชนไม่เพียงพอ และไม่มีที่มาที่ไป
หากยังสงสัยเรื่องเอกสารหลักฐานของเรา ซึ่งเป็นเอกสารราชการที่มีลายเซ็น ซึ่งหากยังไม่แน่ใจก็ขอให้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่า มีประชาชนท่านใดนำหลักฐานเข้ามาในสถานที่แห่งนี้หรือไม่ ตั้งแต่เกิดเหตุขึ้นมาเคยมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนคนของท่านเองหรือไม่ เห็นได้ชัดในมาตรา 157 ที่หีบบัตรเลือกตั้งไม่สมบูรณ์ถูกทำลาย
รวมถึงเจ้าหน้าที่ซึ่งทำงานโดยไม่สุจริต ได้ดำเนินการแล้วหรือยังก่อนจะมาแจ้งข้อกล่าวหากับประชาชน ได้ถามไถ่คนของท่านหรือยัง
“ท่านใช้วิธีนี้ปิดปากเราไม่ได้หรอก ผู้ที่แจ้งข้อกล่าวหาเราอาจจะถูกแก้ความกลับเหมือนกัน เนื่องจากแจ้งความเท็จเพราะเราไม่ได้ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่เลย แต่ ณ วันนั้นทำไมเจ้าหน้าที่จึงนำหีบบัตรเลือกตั้งออกไปไม่ได้เพราะเราเห็นความผิดปกติซึ่งหน้า
ประชาชนอย่างเราเห็นแล้วว่ากากบาทเล็กๆของเราไม่ปลอดภัย เราได้ตั้งคำถามขอคำชี้แจงจากพวกท่านแล้วว่า ทำไมจึงเป็นแบบนี้ ทำไมหีบจึงอยู่บนรถที่ไม่มีความปลอดภัย”
ถามประชาชนว่าหากมาเห็นกับตาว่าหีบบัตรเลือกตั้งไม่สมบูรณ์แบบจะยอมปล่อยออกไปได้หรือไม่ จะช่วยกันรักษาหีบหรือไม่ในสถานการณ์นั้น มีทั้งปลัด นายอำเภอ ผอ. กกต. และรองเลขาธิการ กกต. ก็มาถึงพื้นที่ และยังบอกด้วยว่าจะอยู่เฝ้าหีบไปด้วยกัน แล้วเป็นการขัดขวางตรงไหน รองเลขาฯ กกต. ที่เข้ามาก็ยังไม่มีการไล่ประชาชนออกไปเลย ซึ่งย้อนแย้งกับข้อกล่าวหา
เรื่องราวทั้งหมดเกิดจากเพจหนึ่งที่เต้าข่าวว่า จะมีการนับคะแนนในเวลา 18:00 น. เราจึงพากันมา ซึ่งเราอาจจะดำเนินคดีกับเหตุดังกล่าวนั้นด้วย และการติดต่อประชาชนอย่างนี้เป็นเรื่องดีจริงๆ หรือ จะหยุดยั้งปัญหาที่ยืดเยื้อมาขณะนี้ได้จริงหรือ
ถ้าท่านคิดว่าจะนำเรื่องนี้ขึ้นสู่กระบวนการศาล ก็อยากให้ กกต. นำหลักฐานมาชี้แจงในชั้นศาลเหมือนกัน การที่ประชาชนรวมตัวกันมา มันผิดมากเลยหรือกับการที่เราต้องการให้ท่านทำหน้าที่อย่างยุติธรรมต่อประชาชน
ส่วนหาก กกต. มีมติว่าไม่ให้นับคะแนนใหม่ จะมีแนวทางอย่างไรต่อไปนั้น เฟิร์นระบุว่า การปกป้องสิทธิเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอยู่แล้ว หาก กกต. ไม่ให้นับใหม่ ก็จะถามพี่น้องประชาชนว่า ทุกคนจะยอมหรือไม่ ทุกคนจะดำเนินการอย่างไรต่อ
เพราะตอนนี้พวกเราเองก็ถูกแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว หากทุกคนอยากรักษาสิทธิ์ของตัวเอง และยังไม่มาปกป้องหีบของตัวเองอีก ก็แล้วแต่ประชาชนทุกคนเลย
เฟิร์น กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเห็นเอกสารที่ถูกแจ้งความแล้ว และเห็นว่ามีการระบุชื่อพี่ผู้หญิงท่านหนึ่งที่อยู่กับตนในวันแรก ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะมีทนายพร้อมดูแลแล้ว
แต่ขั้นตอนจริงๆ ของเจ้าหน้าที่ ควรตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่เองก่อน และตรวจสอบว่าจริงเท็จอย่างไร และแถลงตามความจริง ไม่ใช่บิดเบือนข้อมูลพูดไม่ตรง และบอกว่าหลักฐานไม่น่าเพียงพอ ซึ่งมองว่าในพื้นที่มีหลักฐานครบชัดเจน
ในส่วนของเอกสาร ที่กล่าวหาไม่มีที่มาที่ไป หรือจะมีการสร้างสถานการณ์หรือไม่ตนเองยืนยันว่า ที่นี่มีกล้องวงจรปิด ตามที่ท่านบอกว่ามีการรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมงเพราะฉะนั้นเชื่อว่าจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดได้
ทั้งนี้ หากมีคำวินิจฉัยว่า ไม่มีการนับคะแนนใหม่จะอยู่ที่นี่ต่อหรือไม่นั้น ตนเองก็จะถามพี่น้องประชาชน เพราะเรามาในฐานะประชาชนคนหนึ่ง โดยจะถามประชาชนว่าจะรักษาสิทธิ์รักษาเสียงตรงนี้ไหม
ถ้าพร้อมก็มาได้เลย ซึ่งถ้ามีคำวินิจฉัยแล้ว ก็ต้องมีเหตุผลดีๆ ให้กับประชาชน ว่าป็นเพราะอะไร อยากให้พูดตามเป็นจริง ไม่ใช่ตั้งข้อสงสัยในเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่สมเหตุสมผล
หากถึงตอนที่ กกต.มีมติแล้ว ถ้าทุกคนมาไม่มากพอ พลังไม่มาก ถึงตอนนั้นเราคงต้องเคารพในทุกๆอย่างที่จะเกิดขึ้น
ส่วนเมื่อวานนี้กับวันนี้คนอาจจะไม่มากเท่าเมื่อ2 วันก่อน เพราะมันเป็นช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ วันแรกที่คนเยอะเพราะเป็นช่วงเวลาตอนเย็น คนเลิกงานแล้วตามมาสมทบ รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาด้วย เลยทำให้ประชาชนที่มา ก็อยากถาม ตั้งข้อสงสัย ว่ามันคืออะไร และอยากได้คำตอบให้หายข้องใจ
ตนเองไม่ได้มีการติดต่อใดๆ กับคนที่มีส่วนได้เสียง อย่างคุณวรท หรือ พรรคประชาชน หรือเรื่องที่ใครเดินทางมา ตนก็รู้หน้างาน อย่างตอนไอซ์ รักชนก ตนก็ทราบเพราะมีผู้ใหญ่ที่อยู่ในที่นี้ แจ้งว่าไอซ์จะมาให้กำลังใจ ซึ่งก็ทราบเท่านี้และไม่ได้มีการติดต่อ หรือขอคำแนะนำเพิ่มเติม
ตรงนี้เป็นออร์แกนิค ประชาชนมากันเอง เราไม่ได้ตั้งแกนนำขึ้นมา ไม่ได้ถูกจ้างมา เพราะหากมีการถูกจ้างคงถูกเปิดเผยมาแล้ว เพราะตอนนี้มีการขุดคุ้ย อยู่เรื่อยๆถ้ามีหลักฐานตรงนี้ คงมีมานานแล้วว่าเราถูกจ้างมา
ทั้งนี้ เรื่องเสื้อ ไมโครโฟน ลำโพง ก็เป็นเพราะพี่น้องประชาชนเค้าเห็น อย่างเรื่องเสื้อก่อนหน้านี้ก็มีสื่อหนึ่งไปสัมภาษณ์โรงงานเสื้อที่ทำ เพื่อยืนยันว่าผลิต ณ วันที่แจกเลย ไม่ได้มีการเตรียมล่วงหน้า

