กรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการพิเศษ บุกจับร้าน คาราโอเกะเถื่อน กลางเมืองพัทยา นำเด็กหญิงอายุ 16 ค้ากาม เจ้าของร้านปล่อยเด็กปรนนิบัติลูกค้าโจ่งแจ้ง
เมื่อเวลา 00.40 น. วันที่ 13 ก.พ.2569 นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วย นายศักดิ์ชัย โรจนรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง บุกจับร้านคาราโอเกะ ชื่อ “Zeeds Bar31” ตั้งอยู่ในเขตเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาปรนนิบัติลูกค้า ให้กอดจูบลูบคลำ และขายบริการทางเพศอย่างเปิดเผย
ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้น เนื่องจากกรมการปกครองได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ ว่าร้านคาราโอเกะดังกล่าว ที่นอกจากจะส่งเสียงดังสร้างความเดือดร้อนรำคาญ เปิดให้บริการยันสว่างแล้ว ยังมีการนำเด็กมาทำงานพิเศษ ที่เข้าข่ายการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก อย่างชัดเจน โดยเด็กหญิงจะถูกพามาทำงานให้ปรนนิบัติลูกค้า ทั้งการให้ลูกค้ากอดจูบลูบคลำ และนำเด็กไปค้าประเวณี โดยเจ้าของร้านจะได้รับส่วนแบ่งจากการกระทำนี้
จากการตรวจสอบพบว่าร้านคาราโอเกะแห่งนี้ เป็นร้านคาราโอเกะเถื่อน ไม่มีใบอนุญาตให้เปิดสถานบริการ ภายในร้านพบพนักงานหญิงให้บริการจำนวน 5 คน หนึ่งในนั้นเป็นเด็กหญิงอายุเพียง 16 ปี จากการสืบสวนพบว่า เจ้าของร้านเป็นคู่สามีภรรยามีพฤติการณ์รู้เห็น และได้รับผลประโยชน์จากการค้าประเวณี

สำหรับผู้เสียหาย เป็นเด็กหญิง อายุ 16 ปี จำนวน 1 คน เจ้าหน้าที่จะนำเข้าสู่กระบวนการกลไกในการคัดกรอง คัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยทีมสหวิชาชีพ และเข้ารับการคุ้มครองโดย พมจ.ชลบุรีต่อไป ในส่วนของร้านที่กระทำความผิดจะมีการเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พิจารณาสั่งปิดเป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 และคำสั่ง คสช.ที่ 46/2559 ต่อไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ แจ้งข้อกล่าวหากับเจ้าของร้าน ในข้อหา ร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต, ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด, เป็นธุระจัดหา เพื่อการอนาจาร, แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก จากการค้าประเวณี, เป็นธุระจัดหา หรือชักพาไป เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี และห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีทำงานในสถานที่ที่มีอาหาร สุรา น้ำชา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่ายและบริการ โดยมีผู้บำเรอสำหรับปรนนิบัติลูกค้า หรือโดยมีที่สำหรับพักผ่อนหลับนอนหรือมีบริการนวดให้แก่ลูกค้า

ด้าน นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ได้กล่าวเน้นย้ำว่า “ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทยที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันป้องกันและแก้ไขปัญหา ผู้ประกอบการสถานบันเทิงควรมีความรับผิดชอบต่อสังคม สถานบริการเป็นสถานที่ต้องห้ามมิให้มีเด็กเข้าไปทำงาน รวมถึงหากพบมีพฤติการณ์แอบแฝงค้าประเวณีเด็กซึ่งเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ จะมีโทษตามกฎหมายสูงมาก ประชาชนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา ขจัดการค้ามนุษย์ หากพบเห็นเบาะแส หรือการกระทำที่เข้าข่ายค้ามนุษย์ แจ้งศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด หรือศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย หมายเลขโทรศัพท์ 1567”