เจ้าหน้าที่ระดมดับไฟป่าสถานีวิจัยสะแกราช ลุกลามรุนแรงลงถึงถนน 304 เสียหายแล้วกว่า 6.4 พันไร่ เตือนใช้รถใช้ถนนควันปกคลุม 6 กม. ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 ก.พ.2569 นายสุรชิต แวงโสธรณ์ ผู้อำนวยการสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช นำเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุไฟป่าที่ลุกลามภายในเขตสถานีวิจัยสะแกราช ใกล้เขตชุมชนบริเวณท้ายบ้านห้วยแก้ว หมู่ 9 ต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา โดยประสานขอกำลังและรถดับเพลิงจากศูนย์บรรเทาสาธารณภัย สำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ,เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาภูหลวง , อบต.ภูหลวง เข้าฉีดน้ำสกัดและช่วยดับไฟก่อนลุกลามเข้าไปในเขตพื้นที่ชุมชน
นายสุรชิต กล่าวว่า เหตุไฟป่าครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20:00 น ของวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา ต้นเพลิงมาจากบริเวณชายป่าที่อยู่ติดกับบ้านวังน้ำเขียว หมู่ 2 ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา โดยไม่ทราบสาเหตุจากนั้นลุกลามอย่างรวดเร็ว และด้วยความที่พื้นป่าแห่งนี้มีเชื้อเพลิงจากเศษใบไม้หญ้าแห้งปีละกว่า 180,000 ตันทำให้ยากต่อการควบคุมเพลิง ล่าสุดคาดว่าพื้นที่ป่าภายในสถานีวิจัยสะแกราชถูกไฟป่าเผาครอบคลุมไปแล้วกว่า 6,000 ไร่
ต่อมาเวลา 15.00 น. นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าฯนครราชสีมา นายวุฒิชัย วิรุฬสุนทร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา นายก้องเกียรติ เต็มตำนาน ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) และนายกฤษฏิ์ พูนเกษม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่บัญชาการเหตุไฟป่าภายในพื้นที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ล่าสุดมีพื้นที่ป่าถูกไฟเผาไปแล้วรวม 6,400 ไร่ จากเนื้อที่ทั้งหมดที่มีอยู่กว่า 48,800 ไร่ ส่วนใหญ่จะเป็นการไหม้กิ่งไม้ ใบไม้ หญ้า และต้นเพ็กแห้ง โดยมีการตั้งจุดบัญชาการเหตุการณ์ที่โรงเรียนบ้านวังน้ำเขียว เพื่อประสานงานอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกันควันไฟปกคลุมพื้นที่บริเวณทางหลวงหมายเลข 304 ปักธงชัย – กบินทร์บุรี หลายกิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจและหมวดการทางหลุมเงิน ต้องติดตั้งป้ายสัญญาณเตือนให้รถชะลอตัวในบริเวณที่มีควันปกคลุมเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนนระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร จึงฝากเตือนพี่น้องประชาชนผู้ที่จะใช้รถสัญจรมาถนนสาย 304 ราชสีมา-กบินทร์บุรี ตั้งแต่โค้งศูนย์ฝึกนิสิตวนศาสตร์จนถึงบริเวณหน้าสถานีวิจัยสะแกราช ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ล่าสุดเมื่อเวลา 16.30 น. เฮลิคอปเตอร์ดับไฟป่าจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เดินทางถึงจุดบัญชาการเหตุการณ์พร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ตักน้ำดับไฟ และเริ่มต้นทำการดับไฟทางอากาศทันที โดยใช้วิธีตักน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงสาที่อยู่ห่างจากสถานีวิจัยฯประมาณ 2 กิโลเมตร ควบคู่กับการสกัดเพลิงภาคพื้นดินของเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน พยายามจะควบคุมสถานการณ์ไฟป่าที่สถานีวิจัยสะแกราชให้ได้ภายในคืนนี้


