ภูเก็ต บุกจับ บาร์รัสเซีย กลางเมืองถลาง ลอบเปิดสถานบันเทิงเกินเวลา-ขายบารากู่-จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า รวบ 2 ผู้ต้องหา ยึดของกลางจำนวนมาก แจ้ง 6 ข้อหาหนัก ส่งตำรวจดำเนินคดี
15 กุมภาพันธ์ 2569 – ที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดภูเก็ต นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานแถลงข่าวผลการจับกุมกรณีร้าน SAFARI LOUNGE BAR ลักลอบเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต เปิดเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด และลักลอบจำหน่ายบารากู่
สืบเนื่องจาก เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า ร้าน SAFARI LOUNGE BAR เลขที่ 49 ถนนบ้านดอน-เชิงทะเล ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต

ซึ่งตั้งอยู่ในย่านการค้าแห่งหนึ่ง มีชาวต่างชาติสัญชาติรัสเซีย ลักลอบเปิดสถานบริการ โดยไม่ได้รับอนุญาต มีการจัดแสดงดนตรี เปิดให้บริการเกินเวลา และจำหน่ายบารากู่ภายในร้าน
ต่อมา นายนิรัตน์ พงศ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต นำโดย นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต และนายดนัย สุขสกุล ป้องกันจังหวัดภูเก็ต พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ผู้ช่วยป้องกันจังหวัด และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว
จากการตรวจสอบพบว่า ร้านเปิดให้บริการในลักษณะสถานบริการจริง มีการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม มีดีเจเปิดเพลงเพื่อความบันเทิง และมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั่งดื่มกินจำนวนมาก ภายในร้าน พบการสูบบารากู่หลายจุด โดยพบ MR.KAMIL สัญชาติรัสเซีย ทำหน้าที่ดูแลกิจการภายในร้าน และพบพนักงานบางส่วนเป็นคนต่างด้าวสัญชาติพม่า

เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง และตรวจยึดตัวยา อุปกรณ์สูบบารากู่จำนวนมาก พร้อมเงินสดของกลางจำนวนหนึ่ง ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 คน ดำเนินคดีตามกฎหมาย
โดยแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาสัญชาติรัสเซีย 1. ซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซึ่งรับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของเนื่องด้วยความผิด ตามมาตรา 242 และมาตรา 246 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบข้อ 4 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดให้บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร
2. ขายหรือให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558
3. ตั้งสถานบริการประเภทที่มีอาหาร สุรา หรือเครื่องดื่ม จำหน่ายหรือให้บริการ โดยจัดให้มีการเต้น หรือยินยอมให้มีการเต้น หรือจัดให้มีการแสดงดนตรี หรือการแสดงอื่นใดเพื่อความบันเทิง ซึ่งเปิดทำการหลังเวลา 24.00 นาฬิกา ตามมาตรา 3 (4) (ค) และ (2) แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่ได้รับอนุญาต
4. ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาที่รัฐมนตรีกำหนดเวลาห้ามขาย ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มาตรา 28
5. เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตทำงาน มีความผิดตามมาตรา 8 พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
6. จ้างคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่แจ้งให้นายทะเบียนทราบชื่อและสัญชาติของคนต่างด้าวภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่จ้าง มีความผิดตามมาตรา 13 พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560

สำหรับข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาสัญชาติพม่า ไม่แจ้งให้นายทะเบียนทราบ ถึงผู้เป็นนายจ้าง สถานที่ทำงาน และลักษณะงานหลักที่ทำ ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่เข้าทำงาน มีความผิดตามมาตรา 64/2 พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560
เจ้าหน้าที่ ได้นำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป