เจ้าหน้าที่แบงก์ แจ้งตำรวจรวบสาวม้ากดเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก่อนจับได้อีก 3 แฝงกายอยู่ข้างธนาคาร สกัดเงินเหยื่อทันไม่ถึงมือบอสชาวจีน ผู้เสียหายสูญไป 2.4 ล้าน
เมื่อเวลา 15.55 น. วันที่ 27 ก.พ. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย ให้เข้าตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยทำธุรกรรมถอนเงินสด 3 แสนบาท ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาประตูเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รอง ผบช ภ.5 จึงรีบสั่งการกำลังตำรวจ ศปอส.ภ.5 รีบเดินทางไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงพบน.ส.ชุฎา (สงวนนามสกุล) กำลังถอนเงินสดอยู่ จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบพบเงินสด 3 แสนบาท สมุดบัญชี บัตรเอทีเอ็ม และโทรศัพท์มือถือ พร้อมยอมรับว่าได้รับการสั่งการให้เปิดบัญชีและถอนเงิน โดยเงิน 3 แสนนี้ไม่ใช่ของตน
จากนั้นเจ้าหน้าที่ขยายผลไปจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้อีก 3 ราย โดยทั้งหมดทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมบัญชีและพาม้ากดเงินมาทำธุรกรรม คือนายอาเว่ย อายุ 27 ปี สัญชาติพม่า เป็นหัวหน้าและคนประสานงาน นายพิภพ อายุ 37 ปี สัญชาติพม่า คนคุมม้า และ นายจงฟู่ อายุ 25 ปี คนคุมม้า นำตัวทั้งหมดไปสอบสวน
พล.ต.ต.ธวัชชัย เปิดเผยว่า ตำรวจ PCT P5 ได้เข้าไปตรวจสอบพบ น.ส.ชุฎา อายุ 33 ปี คนจังหวัดขอนแก่น กำลังถอนเงินสดที่เคาน์เตอร์ ธนาคารกรุงไทย สาขาประตูเชียงใหม่ จำนวน 3 แสนบาท โดยรับว่าไม่ทราบที่มาของเงินที่โอนเข้าบัญชีตัวเอง และมาถอนเงินเพื่อนำมอบให้บุคคลอื่นจริง พร้อมกันนี้ได้ควบคุมตัว คนคุมม้า เป็นชาย 3 คนแฝงกายอยู่บริเวณโดยรอบธนาคาร
หลังจากจับกุม กลุ่มผู้ต้องหาให้การว่า มีบอสชาวจีนเป็นคนสั่งการ โดยมีคนไทยคอยจัดการจองโรงแรม เช่ารถ จัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ และมีคนที่ชักชวนม้าถอนเงินมาทำงาน โดยมีพยานหลักฐานสามารถดำเนินคดีกลุ่มผู้ร่วมขบวนการได้เพิ่มอีก 2 คน จะได้จัดทำรายงานสืบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการคนอื่นต่อไป
จากการตรวจสอบเคสนี้ มีผู้เสียหายแจ้งความที่ สภ.เมืองสระบุรี มูลค่าความเสียหาย 2,400,000 บาท นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมายข้อหา เป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย (อั้งยี่) และดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยหนึ่งในผู้ต้องหายังถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522


