ชาวประมงกระบี่ หยุดออกเรือ หลัง ‘น้ำมันเขียว’ พุ่งลิตรละ 35 บาท โอดทำต่อต้องแบกภาระขาดทุน วอนภาครัฐตรึงราคาเหมือนดีเซลบนฝั่ง

14 มี.ค. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเรือประมงพาณิชย์ อ.เมือง จ.กระบี่ จำนวนกว่า 10 ลำ หยุดออกทำประมง เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น จากราคา *น้ำมันเขียว สำหรับเรือประมง ที่ปรับราคาขึ้นมาลิตรละ 4.50 บาท จากราคาลิตรละ 30.50 บาท เป็นลิตรละ 35 บาท

ขณะที่เรือประมงที่ออกทำประมง ต่างทยอยกลับเข้าฝัง นำสัตว์น้ำ ปลา หมึก ที่จับได้ ขายให้กับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ที่มาเลือกซื้อไปขายต่อ โดยพบว่าสัตว์ที่จับได้มีปริมาณไม่มากนัก

นายทวี ขนานใต้ ไต๋เรือประมง ว.โชคกมลทิพย์ เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันเขียวปรับขึ้นเมื่อ 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น เราออกทะเลทำประมง จับสัตว์น้ำได้ปริมาณไม่มาก แต่ไม่สามารถปรับราคาสัตว์น้ำที่จับได้ เนื่องจากไม่มีราคากลางที่กำหนดไว้ หากปรับขึ้นราคาก็ไม่มีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อ ต้องแบกภาระขาดทุนอีก

ตอนนี้ราคาน้ำมันเขียวปรับเพิ่มสูงขึ้นกว่าลิตรละ 35 บาท ทำให้อาจต้องหยุดออกทำประมงชั่วคราว อยากเรียกร้องให้รัฐบาลตรึงราคา “น้ำมันเขียว” เหมือนกับน้ำมันดีเซลบนฝั่ง เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการเรือประมงพาณิชย์

 

** น้ำมันเขียว คือ น้ำมันดีเซล (High Speed Diesel) ที่ภาครัฐจัดทำโครงการขึ้น โดยการเติมสารสีเขียวเพิ่มลงไป เพื่อแยกออกจากน้ำมันบนฝั่ง เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเรือประมงพาณิชย์ที่ได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิต ทำให้มีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลบนบกประมาณลิตรละ 6 บาท เพื่อลดภาระต้นทุนให้ชาวประมง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน