หนุ่มจีนขึ้นโรงพักอีกรอบ ทวง ศพลูกหาย จาก รพ. หวั่นคดีถูกยุติเพราะเป็นคนต่างชาติ ห่วงภรรยาเครียดจนป่วย รอง ผอ.โรงพยาบาลยัน จะเร่งตรวจสอบ หาข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุด ชี้ยังเก็บเนื้อเยื่อบางส่วนไว้
วันที่ 20 มี.ค.69 นายฟาง นักธุรกิจชาวจีน พร้อมด้วย นพ.อธิพงศ์ พลชัย ทนายความเดินทางไปที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีศพลูกชายวัย 1 เดือนหายไปจากหน่วยรักษาศพ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ รวมทั้งคดีที่ นายฟาง แจ้งความทีมแพทย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เนื่องจากยังมีข้อสงสัยถึงกระบวนการรักษา
โดยวันนี้ พ.ต.อ.ดำเนิน กันอ่อง รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เดินทางมาที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เรียกประชุมทีมสืบสวนและสอบสวนเพื่อติดตามความคืบหน้าทั้งสองคดี รวมทั้งแจ้งความคืบหน้าการสอบสวนให้ นายฟาง และทนายความได้ทราบ
ขณะที่ รศ.ดร.นพ.ขจรศักดิ์ นพคุณ รอง ผอ.รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ เดินทางมาพบกับผู้เสียหาย พร้อมแสดงความเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นและมอบเอกสารแจ้งความคืบหน้าของการสอบสวน โดยคณะกรรมการตรวจสอบของทางโรงพยาบาลให้กับ นายฟาง
นพ.อธิพงศ์ ทนายความของผู้เสียหาย กล่าวว่า ที่ต้องเดินทางมาติดตามความคืบหน้า เนื่องจาก นายฟาง ยังคงมีความกังวล กลัวว่าคดีจะเงียบหายไป หรือถูกสั่งให้ยุติโดยไม่เป็นธรรม เนื่องจากตัวเองเป็นชาวต่างชาติ ประกอบกับช่วงเวลาที่ผ่านมายังไม่ได้รับการติดต่อจากโรงพยาบาลถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบและการเยียวยาอื่นๆ มีเพียงแถลงการณ์ที่ถูกเผยแพร่ออกมาเท่านั้น
สำหรับประเด็นที่มีการแจ้งความทีมแพทย์และบุคลากรในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเห็นแก่ความตายนั้น เนื่องมาจากผลการวินิจฉัยและการรักษากับผลการชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตไม่ตรงกัน
นอกจากนี้ นายฟาง ยังไม่สบายใจที่โรงพยาบาลออกแถลงการณ์โดยระบุถึงรายละเอียดของผู้ป่วยโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากมองว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ต้องการให้โรงพยาบาลชี้แจงในเรื่องนี้ด้วย
ขณะที่ นายฟาง เปิดเผยผ่านล่ามว่า เรื่องที่เกิดขึ้นสร้างความเสียใจให้กับตนและภรรยารวมทั้งคนครอบครัวทุกคน โดยเฉพาะภรรยาที่ตอนนี้อยู่ในอาการเครียดจนป่วยซึมเศร้า จึงอยากให้โรงพยาบาลชี้แจงและรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น
ด้าน รศ.ดร.นพ.ขจรศักดิ์ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ร่างผู้เสียชีวิตสูญหาย โรงพยาบาลให้ความสำคัญกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยมีการแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายใน และให้ความร่วมมือกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อค้นหาข้อเท็จจริง
สำหรับกระบวนการจัดการร่างผู้เสียชีวิต โรงพยาบาลมีกระบวนการที่รัดกุม ใช้ระบบบาร์โค้ดการติดตามร่าง ติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่หน่วยรักษาศพ ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นจะเร่งรัดในการตรวจสอบเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงเร็วที่สุด แต่ในส่วนของกรอบเวลายอมรับว่ายังไม่สามารถระบุได้เนื่องจากจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ
รศ.ดร.นพ.ขจรศักดิ์ ระบุว่า การวินิจฉัย การรักษา และผลชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตเป็นไปตามมาตรฐาน เมื่อมีการร้องขอให้ตรวจสอบทางโรงพยาบาลก็ได้ส่งข้อมูลเวชระเบียนทั้งหมดให้กับแพทยสภาเพื่อชี้แจงแล้ว
รศ.ดร.นพ.ขจรศักดิ์ กล่าวอีกว่า แผนกนิติเวชของโรงพยาบาลยังเก็บรักษาเนื้อเยื่อของผู้เสียชีวิตไว้บางส่วน หากทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตต้องการรับคืน ทางโรงพยาบาลก็ยินดีมอบให้ ซึ่งญาติก็สามารถตรวจดีเอ็นเอเพื่อยืนยันก่อนขอรับได้