สลด ! สาววัย 22 ขี่รถจยย. กลับไปหาแม่ที่ลพบุรี แต่ไปไม่ถึง เฉี่ยวชนกับรถบรรทุกเทรลเลอร์ ขณะกำลังเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมัน ถูกล้อทับดับคาที่
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 23 มี.ค.2569 พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ ทิพยโสตถิ สว.(สอบสวน ) สภ.บางปะหัน ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบรรทุกเทรลเลอร์ เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริวณทางเข้าปั๊มน้ำมัน ริมถนนสายเอเชียขาออก หลักกิโลเมตรที่ 29 ม.3 ต.ขยาย อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสาน สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา ไปให้การสนับสนุน
ที่เกิดเหตุบริเวณทางเข้าปั๊มน้ำมัน พบรถบรรทุกเทรลเลอร์ 22 ล้อ ฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียนตัวแม่ 70–2608 พิษณุโลก พ่วงท้าย หมายเลขทะเบียน 70–2609 พิษณุโลก บรรทุกเหล็กเส้นมาเต็มคันรถ ใกล้กันฝั่งซ้ายรถบรรทุก พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า เอ็กซ์แม็กซ์ สีม่วง หมายเลขทะเบียน 1 กศ 8514 ลพบุรี ล้มคว่ำอยู่ ได้รับความเสียหาย มีหมวกกันน็อคเปื้อนเลือดตกอยู่
ที่ล้อหน้าด้านซ้ายของรถบรรทุก พบร่างผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นหญิง ทราบชื่อต่อมา ชื่อน.ส.พัชรี คุ้มสะอาด อายุ 22 ปี ชาวตำบลบ้านเหล่า อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร มีบาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกาย ลำตัวท่อนบนมีรอยล้อรถบรรทุกติดอยู่

สอบถามนายสุรศักดิ์ กลีบยี่สุ่น เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา เล่าว่ารับแจ้งจากศูนย์กู้ภัย ว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์กับรถบรรทุกพ่วง จึงรุดมาตรวจสอบก็พบผู้หญิงเป็นผู้บาดเจ็บนอนอยู่ด้านหลังล้อหน้าด้านซ้าย ตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีชีพจร เจ้าหน้าที่พยามช่วยเหลือทำการ CPR แต่ไม่เป็นผลเสียชีวิต
พบมีบาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกาย คาดว่าน่าจะถูกล้อรถทับ เพราะมีรอยล้อรถอยู่ที่ลำตัว คาดว่าจังหวัดรถบรรทุกเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันเป็นจังหวะที่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาทางตรงเบรกไม่ทัน ทำให้เกิดการเฉี่ยวชน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต

ต่อมา แฟนหนุ่ม เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ ทันทีที่เห็นร่างของผู้เสียชีวิตถึงกับร้องไห้ด้วยความเศร้าโศก ให้ข้อมูลสั้นๆว่า แฟนสาวเดินทางมาจาก อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อกำลังไปหาแม่ของผู้เสียชีวิตที่ จังหวัดลพบุรี แต่มาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรเบื้องต้นที่โรงพยาบาลบางปะหัน พร้อมเชิญตัวคนขับรถบรรทุกเทรลเลอร์คันดังกล่าว ร่วมถึงญาติผู้เสียชีวิต ไปทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายต่อไป