ลูกสาว เหยื่อปลัดอำเภออุ้มฆ่า หวั่นไม่ได้รับความยุติธรรม-คดีพลิก หลังศาลปล่อยตัวผู้ต้องหายกแก๊ง ตำรวจแจง ข้อกฏหมาย ต้องรอผลคดีชันสูตรพลิกศพ

วันที่ 25 มี.ค.2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.นรกมล (สงวนนามสกุล) ลูกสาว นายทรงพล (สงวนนามสกุล) ซึ่งถูก นายวีรยุทธ (สงวนนามสกุล) ปลัดอำเภอท่าชนะ กับพวกรวม 5 คน อุ้มหายไปจากบ้านพักในพื้นที่ ต.ท่าชนะ ไปตั้งแต่กลางดึกวันที่ 26 ธ.ค.2568 ก่อนพบศพถูกฝังอยู่ในบ่อทิ้งขยะหลังบ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ต.สมอทอง เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุม นายวีระยุทธ พร้อมพวกรวม 5 คน ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ,กระทำทรมาน กระทำให้บุคคลสูญหาย ,รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย และปฎิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบรวม 5 ข้อหา และนำตัวขออำนาจศาลจังหวัดไชยาฝากขัง ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.2568

ลูกสาวเหยื่อปลัดอุ้มฆ่า

น.ส.นรกมล (สงวนนามสกุล) ลูกสาวเหยื่อปลัดอุ้มฆ่า

โดย น.ส.นรกมล แจ้งว่า ล่าสุด ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เช้านี้ นายวีรยุทธ กับพวกรวม 5 คน ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำกลางจังหวัดนครศรีธรรมราชแล้ว เนื่องจากหมดอำนาจฝากขัง หลังพนักงานอัยการไม่สามารถ นำสำนวนขึ้นฟ้องต่อศาลได้ทันภายในกำหนด

ภายหลังทราบเหตุการณ์ ตนกังวล เป็นอย่างมากเกรงว่าจะไม่ได้รับความยุติธรรมและครอบครัวจะได้รับอันตราย ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าทำไมผู้เกี่ยวข้องทั้งพนักงานอัยการและตำรวจจึงไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหาขึ้นสู่กระบวนการพิจารณาของศาลได้

ด้าน นายสุกัลย์ เผือกเนียม ทนายความที่เข้ามาช่วยผู้เสียหาย กล่าวว่า ในคดีนี้มีกรอบระยะเวลาในการฟ้อง คือ 84 วัน ซึ่งกรอบในระยะเวลาตรงนี้ ทั้งพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการทราบดี จึงอยากตั้งคำถามว่า ทำไมทำไม่ทัน ทั้งที่คดีทั่วไปส่วนใหญ่ทัน คดีนี้ผู้ต้องหาเป็นปลัด ทำให้ลูกสาวผู้เสียชีวิตและสังคมตั้งคำถามได้ว่ามีความโปรงใสมากน้อยเพียงใด

ประเด็นที่ 2 เรื่องการ ชันสูตรพลิกศพ และ สำนวนการสอบสวน ที่อัยการจังหวัดไชยาและพนักงานสอบสวน ได้ร่วมกัน ไม่ทราบหรือว่าจะต้องอยู่ในระยะเวลากรอบดังกล่าว และที่สำคัญการปล่อยตัวผู้ต้องหา ทั้ง 5 ซี่งครอบตามกำหนดควบคุมตัว 84 วัน ลูกสาวผู้เสียชีวิตจะอยู่อย่างไร และใครจะให้ความเชื่อมั่นได้ว่า ผู้ต้องหาทั้ง 5 จะไม่ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หรือพยาน ซึ่งต้องให้ความชัดเจน เพราะเป็นคดีร้ายแรงและเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ

ขณะที่ พ.ต.อ.ณัฐชนน เกิดก่อ รอง ผบก.ภ.จว. สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ในคดีดังกล่าว มี 2 สำนวนโดยสำนวนที่ 1 เป็นสำนวนคดีฆ่าผู้อื่น(ตายขณะอยู่ระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน) และความผิดต่อหน้าที่มาตรา 157 ซึ่งจะอยู่ในอำนาจของอัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาสั่งฟ้องต่อศาลทุจริต

ส่วนสำนวนที่ 2 เป็นสำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ อยู่ในอำนาจของพนักงานอัยการจังหวัดไชยา พิจารณาสำนวนส่งฟ้องต่อศาลจังหวัด

(แฟ้มภาพ) พื้นที่พบศพ

ซึ่งทั้ง 2 สำนวนพนักงานสอบสวน สภ.ท่าชนะ สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการและทราบว่าในสำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ พนักงานอัยการ ได้นำสำนวนเสนอฟ้องต่อศาลจังหวัดไชยาแล้วโดยศาลมีกำหนดไต่สวน ในวันที่ 16 พ.ค.2569 ทำให้การพิจารณาสำนวนคดีในสำนวน ฆ่าผู้อื่นและความผิดต่อหน้าที่ ของ พนักงานอัยการสูงสุดไม่สามารถดำเนินการนำผู้ต้องหาขึ้นฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตได้ทัน

เพราะในการส่งฟ้องนั้นจะต้องมีผลของสำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ ซึ่งถึงที่สุดแล้วประกอบการฟ้องคดีไปด้วย ตามประมวลกฏหมายวิธีพิจนาความอาญามาตรา 129 ซึ่งในคดี ฆ่าผู้อื่นและความผิดต่อหน้าที่ มีอำนาจฝากขัง 84 วัน ศาลจำเป็นต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาเนื่องจากไม่มีอำนาจในการควบคุม

(แฟ้มภาพ) คุมตัวแก๊งฆ่า

พ.ต.อ.ณัฐชนน กล่าวด้วยว่า แม้ขณะนี้ พนักงานอัยการ จะยังไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหาฟ้องในคดี ฆ่าผู้อื่นได้และต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้งหมดออกมา อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจมีกระบวนการติดตามผู้ถูกกล่าวหา และคุ้มครองพยาน จึงขอให้ผู้เสียหายมั่นใจได้ว่าคดีนี้ยังคงดำเนินต่อไป ตามขั้นตอนของการพิจารณาคดีทั้งในส่วนของพนักงานอัยการและศาล

ข่าว ปลัดอำเภออุ้มฆ่า

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน