แม่-นายจ้าง ร้องขอความเป็นธรรม ลูกชาย ถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรม คดีเผาหญ้า – เสาไฟ-ทรัพย์สินราชการ ทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ทำไมไม่ยิงขา หรือ ใช้ปืนไฟฟ้า

วันที่ 1 เม.ย.2569 ที่วัดทุ่งหวัง ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง ครอบครัวนำศพ นายณรงค์ หรือ ช่างเล็ก อายุ 40 ปี ชาว จ.ขอนแก่น ซึ่งถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิตสวนปาล์ม หมู่ 1 ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง หลังอาละวาดเผาหญ้าข้างทาง เสาไฟ และแบริเออร์เสียหายหลายแห่ง เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยครอบครัวต่างตั้งข้อสงสัยว่า ตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ที่ใช้อาวุธปืนจนเป็นเหตุให้นายณรงค์เสียชีวิต

นางละออง อายุ 64 ปี นายจ้าง เล่าว่า วันเกิดเหตุทราบข่าวว่านายณรงค์ ไปก่อเหตุเผาหญ้าข้างทางจึงรีบไปหาที่ขนำ พบตำรวจสายตรวจอยู่บริเวณนั้นแล้ว ซึ่งได้รับคำเตือนว่านายณรงค์มีอาการคลั่งอยู่ แต่ตนยืนยันว่าสามารถคุยได้เดินเข้าไปพูดคุยด้วย ตอนนั้นก็ไม่มีอาการอะไรเขากำลังต้มน้ำ มีมีดพร้าตั้งอยู่ใกล้กัน สอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้ตายบอกว่า ตำรวจจะเข้ามาจับเลยเกิดการสู้กันก่อนคว้ามีดพร้ามา ตำรวจตกใจหงายหลังล้มลงแล้วถูกยิงใส่ 2 ครั้งแต่ไม่โดน

” หลังคุยเสร็จเราก็ออกมาคุยกับตำรวจ คิดว่าไม่มีอะไรแล้วจึงกลับบ้าน ช่วงบ่ายยังเห็นผู้ตายปั่นจักรยานมาที่บ้านพร้อมรอยแผลที่หน้า ก็ไม่ทราบว่าสู้กับตำรวจหรือถูกต่อยมาได้ให้กินน้ำและมะม่วง โดยผู้ตายพกมีดขนาด 6-7 นิ้ว ใช้ปอกมะม่วงกินแล้วไปนอนหลังบ้าน ช่วงบ่าย 3 โมงตำรวจขนกำลังมาหลายนาย ผู้ตายเห็นก็วิ่งหนีเข้าสวนปาล์มหลังบ้าน เราไม่ได้วิ่งตามไปก่อนได้ยินเสียงปืนดังขึ้นทีแรกคิดว่ายิงขู่ แต่มีเสียงปืนตามติดกันหลายนัด จึงรีบวิ่งไปดูพบว่านายณรงค์ถูกยิงแล้ว ”

นางละออง กล่าวอีกว่า ก็รับรู้ว่าผู้ตายมีพฤติกรรมเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ก็ไม่เคยมีอาการและทำร้ายใคร ชาวบ้านแถวนี้ก็คุยกันดีไม่เคยสร้างปัญหา ทำงานเป็นช่างเฟอร์นิเจอร์ได้ปกติ ติดใจถึงการทำงานของตำรวจว่ากระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ เพราะนายณรงค์มีมีดสั้นติดตัว ทำไมไม่ใช้กระสุนยางหรือปืนช็อตไฟฟ้าในการระงับเหตุ ยิงด้วยกระสุนจริง 5-6 นัด เกินไปหรือไม่ ความผิดที่เผาสร้างความเดือดร้อน เผาทรัพย์สินราชการส่วนใดที่ผิดก็ดำเนินคดีไปตามกฎหมาย แต่ถึงขั้นถูกวิสามัญจนถึงแก่ชีวิตมันเกินไปหรือไม่ ขอความเป็นธรรมให้ผู้ตายในเรื่องนี้

ด้านนางสัจจา อายุ 62 ปี แม่ผู้ตาย บอกว่า ลูกชายออกจากบ้านมาทำงานที่ใต้ได้ 20 ปีแล้ว โทรศัพท์พูดคุยกันตลอด ที่ผ่านมาก็ไม่เคยก่อปัญหาใด จนมาทราบเรื่องราวทั้งหมดก็คิดว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุไปหรือไม่ ส่วนผิดก็ว่าไปตามผิด ถ้ายิงแค่นัดเดียวลูกชายก็น่าล้มและจับกุมได้แล้ว ขอเรียกร้องความยุติธรรมให้ลูกชายตรงจุดนี้

วันเดียวกัน พ.ต.อ.ภูมิ บาลทิพย์ ผกก.สภ.เมืองตรัง ชี้แจงเรื่องนี้ว่า คดีอยู่ระหว่างการสอบสวน ญาติผู้เสียชีวิตตั้งทนายความคอยติดตามคดีรวมถึงการทำงานของตำรวจอยู่แล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ผู้ใดจะเป็นผู้กระทำผิด หรือกระทำการเกินกว่าเหตุ เพราะได้รับข้อมูลมาว่าฝ่ายผู้ตายก็มีอาวุธและจะเข้ามาทำร้ายเจ้าหน้าที่ ก็อยู่ระหว่างการสอบสวนและพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจสอบสวนตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย สอบสวนจนกว่าญาติผู้เสียชีวิตและประชาชนที่ติดตามเหตุการณ์จะสิ้นสงสัย ก่อนส่งสำนวนคดีให้อัยการตามกระบวนการกฎหมาย

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน