เจอแล้ว “สุสานชาวยิว” ฉะเชิงเทรา ชาวบ้านหวั่น ฝัง 1,200 ร่าง กระทบแหล่งน้ำ ผวาเรื่องลี้ลับ พบห่างจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในตำบลประมาณ 500 เมตร
จากกระแสข่าวที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในช่วงที่ผ่านมา กรณีชุมชนชาวยิวในประเทศไทยเตรียมจัดทำพื้นที่สุสานแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ “New Jewih Cemetery” หรือสุสานชาวยิวแห่งใหม่ JEWISH CEMETRY THAILAND โดยมีข้อมูลว่าจะใช้เป็นพื้นที่รองรับการฝังร่างผู้เสียชีวิตชาวยิวจำนวนมาก และมีการระบุว่าอาจรองรับได้ประมาณ 1,200 หลุม ทำให้เกิดคำถาม ในพื้นที่จ.ฉะเชิงเทราว่า สถานที่ดังกล่าวตั้งอยู่ที่ใด และจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่
ล่าสุดวันที่ 2 ก.ย. 6 9ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังพบข้อมูลว่าสถานที่ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่หมู่ 2 ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา และมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับพื้นที่แห่งนี้มานานกว่า 4 ปี โดยในการลงพื้นที่ครั้งนี้มี น.ส.น้ำผึ้ง คำสะอาด กำนันตำบลเสม็ดใต้
น.ส.เสาวลักษณ์ ปั้นเจริญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 นางกัลยา ศรีสวัสดิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.เสม็ดใต้ และนายเอกชัย สุดนุช สารวัตรกำนัน รวมถึงชาวบ้าน ได้เดินทางมาร่วมตัวกันตรวจสอบว่าพื้นที่ดังกล่าว มีความเคลื่อนไหวอีกหรือไม่ หลังจากเงียบหายไปนานกว่า 2 ปี
จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีขนาดประมาณ 6 ไร่ 20 ตารางวา ตั้งอยู่ริมถนนทางเข้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลเสม็ดใต้ โดยมีรั้วและกำแพงปิดล้อมโดยรอบ ประตูทางเข้าเป็นประตูเมทัลชีท มีโซ่และกุญแจล็อกอย่างแน่นหนา กำแพงโดยรอบสูงประมาณ 4 เมตรจากระดับคูน้ำ
ด้านในยังมีผนังปูนกั้นอีกชั้น ทำให้บุคคลภายนอกไม่สามารถมองเห็นสภาพด้านในได้อย่างชัดเจน ขณะที่บริเวณด้านหลังพื้นที่พบแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมถึงบ่อกุ้งและบ่อปลา ขณะที่ภายในพื้นที่เป็นพื้นที่โล่ง มีหญ้าขึ้นปกคลุมบางส่วน และพบเต็นท์ขนาดใหญ่สีน้ำเงินจำนวน 2 หลัง
นางเล็ก อายุ 70 ปี ชาวบ้านซึ่งมีบ้านพักอยู่ติดกับรั้วพื้นที่ดังกล่าว เปิดเผยว่า ในช่วงแรกตนเองไม่ทราบว่าสถานที่แห่งนี้จะถูกใช้เป็นสุสานชาวยิว เพราะเข้าใจว่าเป็นสถานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับการอบผลไม้แห้งกระทั่งประมาณปี 2567 มีรถตู้ขับขนร่างผู้เสียชีวิต โดยที่ไม่มีโลงศพ เข้ามาที่หน้าบ้านของตน
และมีบุคคลเข้ามาติดต่อขอกุญแจเพื่อไปเปิดประตูสุสาน เพราะคิดว่าตนเป็นผู้ดูแลสุสานเพื่อบ้านปลูกติดกับรั้วของสุสาน จึงทำให้ตนทราบว่า สถานที่ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการฝังร่างผู้เสียชีวิตชาวต่างชาติ ยอมรับว่า ขนาดมีแค่ศพเดียว ยังรู้สึกหวาดกลัว โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน และไม่ค่อยกล้าออกมาที่ถนนยามค่ำคืน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวค่อนข้างเงียบ
ก่อนหน้านี้ชาวบ้านเคยรวมตัวกันคัดค้าน ไม่ต้องการให้มีการนำร่างผู้เสียชีวิตมาประกอบพิธีหรือฝังในพื้นที่ โดยต่อมาทราบจากผู้นำชุมชนว่า สถานที่แห่งนี้ไม่สามารถต่อใบอนุญาตได้ ทำให้ชาวบ้านรู้สึกสบายใจและคิดว่าเรื่องดังกล่าวน่าจะยุติลงแล้ว
แต่ล่าสุดกลับมีกระแสข่าวในโลกออนไลน์ว่า พื้นที่สุสานของชาวยิวในกรุงเทพฯ เริ่มมีพื้นที่ไม่เพียงพอ และอาจมีการกลับมาปรับปรุงพื้นที่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับร่างผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 หลุม ทำให้ชาวบ้านเกิดความกังวลขึ้นมาอีกครั้ง
โดยเฉพาะเรื่องแหล่งน้ำธรรมชาติที่อยู่ติดกับพื้นที่สุสาน เนื่องจากชาวบ้านบางส่วนใช้น้ำจากบ่อและแหล่งน้ำโดยรอบในการประกอบอาชีพ ทั้งบ่อกุ้งและบ่อปลา จึงกังวลว่าหากในอนาคตมีการนำร่างผู้เสียชีวิตจำนวนมากเข้ามาฝัง อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือคุณภาพน้ำหรือไม่
ด้าน น.ส.น้ำผึ้ง คำสอาด กำนันตำบลเสม็ดใต้ เปิดเผยว่า พื้นที่แห่งนี้เริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างประมาณปี 2565 โดยมีการก่อสร้างกำแพงล้อมพื้นที่ ซึ่งขณะนั้นชาวบ้านพอทราบว่าจะใช้เป็นสถานที่ฝังร่างผู้เสียชีวิตของชาวยิว และพยายามคัดค้านมาโดยตลอด แต่ยังไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรนอกจากการสร้างกำแพงสูง
กระทั่งปี 2567 ชาวบ้านพบความเคลื่อนไหว คือมีการนำร่างผู้เสียชีวิตชาวยิวเข้ามาในพื้นที่ มีบาทหลวง มีบุคคลแต่งตัวคล้ายชาวยิวมีหนวดเครา ทำให้ชาวบ้านทราบว่าสถานที่แห่งนี้เริ่มมีการใช้เป็นสุสาน จึงรวมตัวกันคัดค้านอีกครั้งและในช่วงเวลาดังกล่าว นายไมตรี ไตรติลานันท์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราในขณะนั้น ได้เดินทางมาประชุมที่อำเภอบางคล้า ชาวบ้านจึงยื่นหนังสือร้องเรียนและมีการลงพื้นที่ตรวจสอบ
ก่อนที่ภายหลังทางจังหวัดจะแจ้งกลับว่าไม่สามารถต่อใบอนุญาตให้กับสถานที่แห่งนี้ได้ จึงส่งเรื่องให้กรมการปกครองเพื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 กรมการปกครองแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ไว้เพื่อวินิจฉัยอุทธรณ์
เนื่องจากเป็นการยื่นอุทธรณ์เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และจังหวัดฉะเชิงเทราแจ้งผลการพิจารณาแก่ผู้อุทธรณ์พร้อมแจ้งสิทธิ์ในการฟ้องคดีต่อศาลปกครองให้ผู้อุทธรณ์ทราบและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ปัจจุบัน ผู้ดำเนินการแทนบริษัทดังกล่าว ได้ใช้สิทธิทางศาลและอยู่ในกระบวนการของศาลปกครองระยอง ก่อนเรื่องจะเงียบไปเป็นเวลานานกว่า 2 ปี
กระทั่งช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา กระแสข่าวเกี่ยวกับพื้นที่แห่งนี้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมีการโพสต์และแชร์ข้อมูลในโลกออนไลน์ว่า พื้นที่สุสานชาวยิวในกรุงเทพฯ เริ่มมีพื้นที่ไม่เพียงพอ และอาจมีการกลับมาปรับปรุงพื้นที่แห่งนี้เพื่อรองรับร่างผู้เสียชีวิตได้ประมาณ 1,200 หลุม เรื่องดังกล่าวทำให้ชาวบ้านในพื้นที่จำนวนมากสอบถามผู้นำชุมชน รวมถึงตนถึงข้อเท็จจริงและความคืบหน้า
เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนว่าพื้นที่แห่งนี้จะถูกนำกลับมาใช้เป็นสุสานต่อหรือไม่ ขณะที่ความกังวลของชาวบ้านมีทั้งเรื่องความหวาดกลัวกับเรื่องลี้ลับในช่วงเวลากลางคืน รวมถึงผลกระทบต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ เนื่องจากบริเวณโดยรอบมีทั้งคูน้ำ บ่อกุ้ง และบ่อปลา อีกทั้งสุสานดังกล่าวยังตั้งอยู่ไม่ห่างไกลจาก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลเสม็ดใต้ โรงเรียนบ้านหนองโสน และ รพ.สต.บ้านหนองโสน
เบื้องต้นชาวบ้านอยากทราบความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวมีสถานะและใบอนุญาตอย่างไร มีการอนุญาตให้ฝังร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมหรือไม่ รวมถึงกระแสข่าวเรื่องการปรับปรุงพื้นที่เพื่อรองรับประมาณ 1,200 หลุมเป็นข้อเท็จจริงมากน้อยเพียงใด เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนและคลายความกังวลต่อไป



