โผล่อีกราย สาวร้อง ถูกหลอกสูญเงินไป 150,000 แจ้งความไป ตำรวจขอค่าน้ำมัน 3,000 พร้อมเสนอถ้าตามเงินคืนให้ได้ ขอส่วนแบ่งด้วย 50,000
7 เม.ย. 69 – ความคืบหน้า น.ส.พัฒนา สมใจ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี หลังบ้านพักกลางทุ่งนาของญาติ ถูกคนร้ายบุกงัดทำลายทรัพย์สิน แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มาตรวจพื้นที่ ก่อนเสนอขอค่าน้ำมันรถ หากจะให้มาตรวจสอบที่บ้าน โดยอ้างเหตุผลว่า ช่วงนี้น้ำมันราคาแพง จนกลายเป็นข่าวใหญ่ไปก่อนหน้านี้นั้น
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า มีผู้เสียหายอีกราย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำในลักษณะเดียวกัน หลังถูกเรียกรับเงิน “ค่าน้ำมัน” ในการทำคดี
น.ส.นิภาพร อายุ 39 ปี ได้มาคอมเมนต์ในเพจของ สภ.ม่วงสามสิบ ว่าตนเป็นผู้เสียหายอีก 1 คนที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ พ.ต.ต. คนหนึ่ง เรียกรับเงินค่าน้ำมันในการทำคดี ทำให้ พ.ต.อ.คนองฤทธิ์ ดาราช ผกก.สภ.ม่วงสามสิบ เชิญ น.ส.นิภาพร มาพบ และแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบรายนี้ทันที
ผู้สื่อข่าวสอบถาม น.ส.นิภาพร เล่าว่า ก่อนหน้านี้ได้กดลิ้งก์สมัครงาน หวังหารายได้มาดูแลครอบครัว แต่หลังจากสมัครไป กลายเป็นถูกชวนให้ลงทุนเทรดหุ้น ช่วงแรกได้เงิน แต่ด้วยความอยากได้เพิ่ม จึงลงเงินเพิ่ม สุดท้ายเสียเงินไปกว่า 150,000 บาท แต่ไม่สามารถถอนได้ หากจะถอนก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม จนตนต้องกู้หนี้นำบ้านไปจำนอง จนสุดท้ายรู้ว่าถูกมิจฉาชีพโกง จึงได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนรายดังกล่าว
ต่อมา พ.ต.ต. พนักงานสอบสวนคนดังกล่าว ได้โทรมาแจ้งว่าจับตัวผู้ต้องหาได้แล้ว พร้อมนำภาพผู้ต้องหา 2 ราย ให้ดู อ้างว่ากำลังนำตัวไปส่งศาลจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมขอค่าน้ำมัน 3,000 บาท แต่ตนบอกว่าไม่มี แต่จะหาโอนให้ จึงได้ไปยืมเงินสดคนรู้จัก 1,500 บาท แล้วโอนไปให้ ก่อนที่ตำรวจนายนี้จะบอกว่า “ถ้าตามเงินคืนได้ ขอส่วนแบ่ง 50,000 บาท”
กระทั่งมาเห็นข่าวคนบ้านเดียวกัน จึงได้ไปโพสต์ว่าตนก็เป็นผู้เสียหายเช่นกัน ไม่นานทางผู้กำกับฯ ได้เชิญให้ตนไปพบ จึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง ก่อนแนะนำให้ตนแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.ต. พนักงานสอบสวนดังกล่าว ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ พล.ต.ต.ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ได้โทรมาพูดคุย พร้อมบอกจะให้ความเป็นธรรมเต็มที่
ทั้งนี้ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.ต. คนดังกล่าว เด้งจากตำแหน่งเดิม ไปประจำที่ ศปก.ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี รวมถึงเตรียมแจ้งข้อหาตามมาตรา 157 ทันที โดยไม่มีการช่วยเหลือแต่อย่างใด