ฝากขังคนขับกระบะชนขาขาด อ้างคิดว่าวัวตกใจก็เลยขับไปต่อ เผยถ้าได้ประกันตัว จะไปขอโทษและชดใช้ค่าเสียหายกับ 2 คนเจ็บ
จากคดีรถปิกอัพไม่ทราบสี ยี่ห้อ และทะเบียน เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีเขียว ขาว จนทำให้สาวที่ซ้อนท้ายขาข้างขวาขาด ส่วนสาวคนขี่กระดูกข้อเท้าหัก เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลา 00.20 น. ของวันที่ 14 เม.ย.69 บริเวณถนน สาย พิกุลทอง – บ้านไน่ชาวเหนือ หมู่ 3 ต.พิกุลทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี
ต่อมาได้มีนายเขมรัฐ (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี เจ้าของรถปิกอัพ ติดต่อขอมอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองราชบุรี เมื่อช่วงเย็นวานนี้( 14 เม.ย.69) พร้อมกับเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันประเภท1 พร้อมยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาแต่อ้างว่าไม่รู้ว่าไปชนอะไร คิดว่าแค่ชนวัว และยินดีจะไปขอโทษผู้เสียหายและจะชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด
ล่าสุดวันที่ 15 เม.ย. 69 พ.ต.ท.นิพนธิ์ ศรนรินทร์ พนักงานสอบสวนสภ.เมืองราชบุรี นำตัว นายเขมรัฐ สวนทอง ผู้ต้องหาในคดีขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสและไม่หยุดรถให้การช่วยเหลือ ไปทำการฝากขังต่อศาลแขวงจ.ราชบุรี เนื่องจากมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี
ซึ่งนายเขมรัฐ ก็บอกว่าถ้าได้รับการประกันตัวออกมาก็จะไปขอโทษคนเจ็บทั้งสองและญาติๆ ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่าใครเป็นใคร คงต้องรอให้ออกมาก่อน และช่วงที่เกิดเหตุก็ไม่รู้ว่าชนอะไร
ด้านญาติของผู้บาดเจ็บ บอกว่า ญาติของผู้ต้องหามาขอโทษแทน ซึ่งมันไม่ใช่หน้าที่ของเขาแต่ควรจะเป็นตัวคนชนมากกว่าที่จะต้องมาขอโทษ ซึ่งช่วงเย็นที่ผู้ต้องหามามอบตัวก็ได้มีการสอบถามแล้ว ทำไมไม่หยุดลงไปดูน้องก่อน ทางผู้ต้องหาก็บอกว่า ไม่รู้ว่าชนอะไร และตกใจก็เลยขับไปต่อ
ถ้าจะบอกว่าตกใจไม่มีสติ แต่สามารถไปจอดรถแล้วลงไปตรวจสอบสภาพรถได้ถือว่ายังมีสติ ซึ่งไม่ได้มีท่าทีสลดและไม่มีคำขอโทษจากปากเขาเลย ซึ่งตอนนี้อาการของหลานสาวคือขาหักและกระดูกแตก ซึ่งเด็กก็กลัวว่าจะเดินไม่ได้ เราก็ทำได้แค่ปลอบใจ
ส่วนพ่อของน้องที่ถูกชนขาขาดก็เดินทางมาพบกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองราชบุรี ด้วย พร้อมกับบอกว่า ได้เจอหน้าคนชนแล้ว ก็ยังไม่ได้รับคำขอโทษจากปากเขาเลย หากเจอหน้าก็อยากจะถามว่าคุณคิดได้ยังไงว่าชนวัว
แต่เนื่องจากมาคุยกับทางพนักงานสอบสวนอยู่เลยยังไม่ได้คุย แต่ภรรยาคนขับเขามาขอโทษแทน ซึ่งคนทำไม่ยอมมาขอโทษให้คนไม่ทำมาขอโทษแทน ถือว่าไม่สำนึกผิด
ซึ่งตอนนี้ไม่อยากจะเจอหน้าแล้ว และอยากให้คนที่ขับรถประมาทแบบนี้ได้รับโทษสูงสุดเพื่อจะได้เป็นตัวอย่างให้ไม่ไปทำแบบนี้อีก