สุดสลดพ่อวัย 69 กินข้าวไม่ทันหมดจาน ลูกซดเหล้าขาวแล้วคลั่งบุกแทงโคม่าไปสิ้นใจรพ. เมียเศร้า เผย ลูกป่วยจิต เคยให้ตร.พาไปส่งหมอรักษา นอนคืนเดียวก็ให้กลับจนคนในบ้านผวา สุดท้ายเกิดเรื่องร้ายขึ้นจริงๆ
วันที่ 22 เม.ย.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร รับแจ้งเหตุลูกชายใช้มีดทำร้ายพ่อตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัสภายในบ้านพัก ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงรายงาน พ.ต.อ.พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.กระทุ่มแบน นำกำลังตำรวจสายตรวจ ฝ่ายสืบสวน รุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพและหน่วยกู้ภัย
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ภายในห้องนอนชั้น 2 พบร่างชาย อายุ 69 ปี มีอาชีพเป็นพ่อค้าขายหอยทอดตลาดนัด มีบาดแผลถูกของมีคมแทงนอนหายใจรวยริน ข้าวของในห้องกระจัดกระจาย และจานข้าวที่ยังกินไม่หมด เจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาชัย 2 แต่อาการสาหัสมากเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้ก่อเหตุคือลูกชาย อายุ 45 ปี ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
ภรรยาผู้ตาย อายุ 65 ปี ระบุ คนก่อเหตุเป็นลูกชายคนโตมีอาการทางจิตเวช เคยเสพยาเสพติดแต่เลิกมานานเกือบ 10 ปีแล้ว ระยะหลังนี้ลูกติดเหล้าขาวทำให้ตกงาน ทุกครั้งที่กินเหล้าขาวจะขาดสติ ทะเลาะวิวาทกับคนในครอบครัวบ่อยครั้งแต่ไม่ถึงกับลงมือทำร้ายกัน ส่วนใหญ่จะเป็นกับพ่อ กับแม่เขาจะแค่ขู่ ที่ผ่านมาขู่คนในบ้านว่าจะฆ่าบ้าง เผาบ้านบ้าง บางครั้งพอมีอาการกำเริบมากๆก็จะโทรเรียกตำรวจมารับตัวไปส่งรพ. แต่นอนคืนเดียวก็ให้กลับบ้าน ทั้งๆที่ตนกับสามีเคยบอกหมอให้ส่งลูกไปที่สถาบันกัลยาราชนครินทร์ เนื่องจากมีประวัติการรักษาตัวอยู่ที่นั่นมาก่อน แต่เขาก็ไม่ยอมส่งไป
” เคยถามหมอ พยาบาล ว่าทำไมถึงไม่ส่งไปรักษาที่สถาบันกัลยาฯ จะรอให้อาการกำเริบแล้วฆ่าคนในบ้านก่อนหรืออย่างไร สุดท้ายก็ไม่มีการส่งตัวไปตามที่ครอบครัวร้องขอ แม่ก็ได้แต่คอยไปเอายามาให้กิน เมื่อวานนี้เพิ่งครบรอบวันเกิดสามี ยังพาไปใส่บาตรพอมาวันนี้มาถูกลูกในไส้ฆ่าตาย ก็เชื่อว่าเขาคงจะหมดบุญแค่นี้ ลูกชายคนเล็กเล่าให้ฟังว่า พี่ชายอาละวาดแล้วใช้ขวดเหล้าขึ้นไปทำร้ายพ่อที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ในห้องนอน ลูกชายคนเล็กพยายามช่วยพ่อแล้วแต่ช่วยไม่ทัน และยังจะถูกพี่ทำร้ายต้องหนีเข้าห้องล็อกประตูไว้ เพราะกลัวพี่ชายจะตามไปฆ่าอีกคน ส่วนพ่อหนีไม่พ้นถูกแทงเข้าจุดสำคัญหลายแห่ง ขอให้ตำรวจตามจับตัวมาได้ ”
ด้านพ.ต.อ.พศพงศ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวน กระจายกำลังติดตามเส้นทางการหลบหนีซึ่งคาดว่าน่าจะไปไหนไม่ได้ไกลมากนัก เพราะไม่ได้สวมเสื้อ ไม่มีเงินติดตัว และมีเพียงรถจักรยานยนต์คันเดียวเท่านั้น

