ระทึกเสียงพื้นปูนลั่นดังสนั่น เจ้าของบ้านพยายามคว้าทรัพย์สินมีค่าแต่ไม่ทัน พื้นปูนเริ่มแยกออกจากกันถล่มลงแม่น้ำบางปะกงต่อหน้าต่อตา
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 3 พ.ค. 2569 เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา รับแจ้งเหตุบ้านเรือนประชาชนถล่มลงแม่น้ำบางปะกง ที่หมู่ 2 ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา จึงประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วรุดไปช่วยเหลือ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักของ นายวิฑูรย์ อายุ 63 ปี ซึ่งกำลังยืนดูบ้านและร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ที่อยู่ติดกันถล่มลงแม่น้ำบางปะกงระยะทางกว่า 30 เมตร สาเหตุมาจากพื้นริมเขื่อนหน้าวัดสายชล ณ รังษี เกิดการทรุด โดยมีชาวบ้านพยายามช่วยกันขนทรัพย์สินมีค่าต่างๆ ที่อยู่ภายในร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ และที่บ้าน ออกมาอยู่ยังที่ปลอดภัย
นายวิฑูรย์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ในบ้านและที่ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ แต่ได้เสียงปูนลั่นดังมาก หลายครั้งจากนั้นก็เห็นพื้นปูนเริ่มแตกแยกจากกัน ตนพยายามจะเข้าไปคว้าทรัพย์สินที่มีค่าออกมาแต่ไม่ทัน มันเกิดขึ้นเร็วมาก หลังจากสิ้นเสียงพื้นปูนก็ทรุดตัวลงไปจนทำให้เขื่อนริมน้ำหน้าวัดสายชล ณ รังษี ถล่มลงแม่น้ำบางปะกงในทันที เชื่อว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากเมื่อ 2 วันที่แล้วมีฝนตกหนักในพื้นที่ อาจทำให้ดินใต้พื้นปูนหลังเขื่อนเกิดทรุดตัวลง
ด้าน พระมหาวินัย กิตติปัญโย เจ้าอาวาสวัดสายชล ณ รังษี กล่าวว่า เขื่อนหน้าวัดสร้างขึ้นมาหลายปีแล้วไม่เคยมีปัญหา แต่ลานปูนตรงจุดที่เกิดเหตุเมื่อก่อนเป็นพื้นดินริมตลิ่งแม่น้ำบางปะกง ทางวัดจึงได้นำดินมาถมให้เป็นลานปูนและมีบันไดสามารถเดินลงมาที่ท่าน้ำได้ ที่ผ่านมาญาติโยมที่เดินทางมาที่วัดก็สามารถนำรถมาจอดหรือมาเดินเล่นบริเวณนี้ได้
พอมาครั้งนี้คาดว่าดินใต้พื้นปูนอาจทรุดตัว เกิดการสไลด์ตัวจนกระแทกกับตัวเขื่อนที่สร้างมาหลายปีถล่มลงแม่น้ำไปด้วย เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ เนื่องจากช่วงนี้ยังเป็นช่วงที่น้ำลง หากพอถึงช่วงที่น้ำขึ้น เขื่อนอาจมีการทรุดตัวเพิ่มเติมก็เป็นได้ขณะนี้ยังได้ยินเสียงปูนลั่นเป็นระยะๆ ได้เร่งประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอและส่วนที่เกี่ยวข้องเตรียมเข้าตรวจสอบด้านความปลอดภัยและกั้นพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายขึ้นได้


