สาวใจบุญ เพื่อนบ้านกำลังจะตาบอด อาสาพาไปโรงพยาบาล หลังป่วยหนัก โรครุมเร้า อาศัยเบี้ยคนชราของแม่ประทังชีวิต

วันที่ 12 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งเรื่องราวสุดประทับใจท่ามกลางความยากลำบากของชาวบ้านในพื้นที่ ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เมื่อพบหญิงสาวใจบุญอาสาขับรถพาผู้ป่วยชายที่มีโรคประจำตัวรุมเร้า และดวงตาใกล้บอดสนิท เดินทางไปส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรี หลังทราบว่าผู้ป่วยไม่มีเงินและไม่มีพาหนะในการเดินทาง

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบผู้ป่วยคือ นายสมัย ชันพรมมา อายุ 51 ปี ชาวบ้าน ม.9 ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี สภาพร่างกายทรุดโทรม อาศัยอยู่ในเพิงพักที่สร้างจากเศษไม้เก่าๆ ติดกับเพิงพักของแม่วัย 80 ปี นายสมัย เล่าว่า ก่อนหน้านี้ได้ไปตรวจร่างกายที่ รพ.สต.บ้านเขาด้วน ผลตรวจระบุว่าตนป่วยเป็นโรคเบาหวานขึ้นตาทั้ง 2 ข้าง, ความดันโลหิตสูง, ไขมันในเลือด และโรคหัวใจโต

แพทย์เตือนว่าต้องรีบไปรักษาที่ รพ.กบินทร์บุรี โดยด่วน หากปล่อยไว้อาจทำให้ตาบอดสนิทและมีโรคแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต แต่ด้วยฐานะที่ยากจนมาก ตนไม่ได้ทำงานหนักมาหลายปีแล้ว รายได้หลักคืออาศัยแบ่งเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากแม่มาใช้จ่ายไปวันๆ แม้วันนี้แม่และพี่ชายจะรวบรวมเงินให้ติดตัวมา 200 บาทเพื่อเป็นค่ารถและค่าใช้จ่าย แต่ตนก็ไม่มีรถที่จะเดินทางไปเองได้

“ตาข้างซ้ายผมมองไม่เห็นแล้ว ส่วนข้างขวาก็มัวมากจนมองไม่ชัด ถ้าวันนี้ไม่มีคนใจดีพามา ผมก็คงไม่ได้มาหาหมอ เพราะที่บ้านไม่มีใครมีรถเลย ขอบคุณเขามากที่เมตตาพาผมมาใช้สิทธิ์บัตรทองรักษาในวันนี้” นายสมัย กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ด้าน น.ส.ลักขณา สีนายกอง สาวเพื่อนบ้านผู้ใจบุญที่ขับรถพามาส่งโรงพยาบาล เปิดเผยว่า ตนเห็นครอบครัวนี้ลำบากมานาน เป็นครอบครัวที่มีแต่คนป่วยและฐานะยากจนมาก ทราบว่าเมื่อต้นปี 2568 นายสมัย ยังพอขี่รถจยย.ไปหาหมอเองได้ แต่หลังจากดวงตามีปัญหาจนมองไม่เห็น ก็ไม่ได้ไปรักษาอย่างต่อเนื่องอีกเลย ด้วยความสงสารและเกรงว่าอาการจะหนักไปกว่านี้ ตนจึงตัดสินใจอาสาขับรถพา นายสมัย มาตรวจตามที่หมอนัด

ล่าสุด แพทย์ รพ.กบินทร์บุรี ได้ตรวจร่างกายเบื้องต้นและทำเรื่องส่งตัว (ใบส่งตัว) ให้ นายสมัย ไปเข้ารับการรักษาเฉพาะทางต่อที่ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อรักษาอาการเบาหวานขึ้นตาและโรคหัวใจอย่างเร่งด่วนต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน