ระทึกกลางแยก กลุ่มเจ้าหนี้ถือปืนปลอมขู่ไล่ล่าทวงเงิน 2 พันบาท-มีดแทงเซลส์แมนหนุ่มเจ็บ ตร.จ่อแจ้งข้อหาหนัก
วันที่ 18 พ.ค. 2569 โลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์หญิง 1 คน และชาย 2 คน ถือปืนและมีดเข้าข่มขู่ทำร้ายชายรายหนึ่ง บริเวณถนนสาย 24 โชคชัย–เดชอุดม ช่วงทางแยกถนนหัก ต.ถนนหัก อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ สร้างความแตกตื่นให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก
ต่อมา นายธนวุฒิ อายุ 31 ปี อาชีพเซลส์แมน เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.นางรอง เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คน ซึ่งเป็นบุคคลที่รู้จักกันมาก่อน หลังถูกใช้อาวุธปืนและมีดทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ
ภายหลังเกิดเหตุ ชุดสืบสวน สภ.นางรอง ได้เชิญตัวบุคคลที่ปรากฏในคลิปมาสอบปากคำ ประกอบด้วย นายคำสิงห์ อายุ 40 ปี, น.ส.ดาราวดี หรือ “เจ๊เจี๊ยบ” อายุ 53 ปี และนายชัยรัตน์ อายุ 39 ปี พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ ปืนปลอม และมีด
จากการสอบสวน นายคำสิงห์ ซึ่งเป็นผู้ถือปืนในคลิป ให้การอ้างว่า นายธนวุฒิรู้จักกับนายชัยรัตน์ ซึ่งเป็นหลานชาย และเคยมาขอยืมเงินจาก น.ส.ดาราวดี ภรรยาของตน เป็นเงินเกือบ 4,000 บาท แต่เวลาผ่านไปหลายเดือนกลับไม่ยอมชดใช้ อีกทั้งยังตัดการติดต่อ บล็อกทั้งเฟซบุ๊กและไลน์
นายคำสิงห์ อ้างอีกว่า วันเกิดเหตุบังเอิญพบคู่กรณีขับรถอยู่บริเวณแยกตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จึงเรียกให้จอดเพื่อพูดคุย แต่คู่กรณีกลับขับรถหลบหนี ทำให้ต้องขับรถไล่ติดตามเป็นระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตร ก่อนจะมาทันกันบริเวณแยกไฟแดงถนนหัก อ.นางรอง และเกิดเหตุการณ์ตามคลิป
เดิมตั้งใจจะลงไปทวงเงินดี ๆ แต่เกิดมีปากเสียงและบานปลายเป็นการทะเลาะวิวาท โดยอ้างว่าคู่กรณีเข้ามาทำร้ายจนล้มลงและพยายามเข้าคร่อมร่าง ตนจึงหยิบมีดที่อยู่ในรถลงไปด้วย ส่วนปืนเป็นเพียงปืนปลอม ไม่มีเจตนาจะทำร้าย แต่ยอมรับว่าเกิดความโมโหจึงใช้มีดแทงไป 1 ครั้ง
ด้าน น.ส.ดาราวดี กล่าวว่า ที่ยอมให้ยืมเงินในตอนแรกเพราะเห็นว่าคู่กรณีกำลังเดือดร้อน จึงอยากช่วยเหลือ พร้อมยอมรับว่ารู้สึกคับแค้นใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ยอมให้ยืมเงินไปในตอนแรกเพราะเห็นว่าหน้าตาดี ไม่คิดว่านิสัยจะสวนทางกับหน้าตา ส่วนจังหวะที่ตนล้มลงและถูกคร่อมร่างนั้น กำลังจะเอื้อมมือไปบีบกล่องดวงใจคู่กรณีเพื่อป้องกันตัวอยู่แล้ว แต่โชคดีที่สามีเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน
ขณะที่ นายธนวุฒิ ให้การว่า ตนยืมเงินทั้งหมด 14,000 บาท และได้คืนไปแล้ว 12,000 บาท เหลือค้างอีก 2,000 บาท แต่ฝ่ายคู่กรณีกลับนำเรื่องไปโพสต์ประจานทางโซเชียล ทำให้รู้สึกไม่พอใจจนไม่รับสายติดต่อ
นายธนวุฒิ ยังยืนยันว่า การกระทำของคู่กรณีรุนแรงเกินกว่าเหตุ เนื่องจากมีการใช้อาวุธปืนและมีดเข้าทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งยังถูกชิงกระเป๋าเงินของบริษัท ซึ่งมีเงินสดเกือบ 8,000 บาท จึงยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ด้าน พ.ต.อ.อานนท์ เหล็กดี ผกก.สภ.นางรอง เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ กระทั่งสามารถนำตัวทั้งหมดมาสอบสวนขยายผลได้ เบื้องต้นได้รายงานเหตุไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์แล้ว พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันพกพาอาวุธมีด ชิงทรัพย์ และข่มขู่คุกคาม ส่วนจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่ อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป