แม่ใจสลาย อ่านจดหมายลับจากลูกสาววัย 18 แอบยื่นให้ ถูกลุงขืนใจจนตั้งท้อง ซ้ำขู่เอาชีวิตถ้าเรื่องแดง เดือดทำเรื่องเลวร้ายกับหลานสาวตัวเองได้ยังไง รุดแจ้งความ แม่เครียดหนัก ลั่นยอมรับกับสิ่งชั่วร้ายที่ลูกทำลงไป
วันที่ 19 พ.ค.69 ที่ สภ.เมืองอุดรธานี น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 40 ปี ได้พา น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 18 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ หลังถูก นายนัด อายุ 38 ปี ข่มขืนภายในบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่บ้านดงเค็ง ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมี พ.ต.ท.อดุลชัย ขาวขำ สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี รับเรื่องและสอบปากคำ
น.ส.บี เล่าทั้งน้ำตาว่า เหตุการณ์ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา ตอนนั้นตนอายุ 17 ปี หลังอาบน้ำเสร็จ ลุงก็เรียกให้ตนเข้าไปหา ก่อนจะฉุดกระชากเข้าไปภายในห้องน้ำ แล้วลงมือขืนใจกระทำชำเรา โดยที่ตนไม่สามารถขัดขืนได้ หลังจากวันนั้น ชีวิตของตนต้องตกอยู่ในฝันร้าย ถูกล่วงละเมิดซ้ำอย่างต่อเนื่องรวมทั้งหมด 6 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา
น.ส.บี เล่าต่อว่า ทุกครั้งที่ก่อเหตุ ลุงจะขู่ว่า “ห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร ถ้าปากโป้งจะฆ่าให้ตายทั้งครอบครัว” ทำให้ตนเกิดความหวาดกลัวอย่างหนัก ไม่กล้าบอกใคร และต้องเก็บความทุกข์ไว้เพียงลำพัง กระทั่งตัดสินใจเปิดเผยเรื่องทั้งหมดให้แม่รู้ แต่เนื่องจากลุงยังคอยจับตาอยู่ใกล้ๆ จึงใช้วิธีแอบเขียนข้อความลงในกระดาษ ก่อนนำไปยื่นให้แม่ โดยอ้างว่าเป็น “เบอร์โทรศัพท์ใหม่”
ด้าน น.ส.เอ กล่าวว่า ตอนแรกตนยังไม่ได้เปิดอ่านข้อความดังกล่าวทันที กระทั่งเดินทางกลับถึงบ้าน เมื่อนำกระดาษออกมาอ่านกลับต้องช็อก เพราะภายในมีข้อความเขียนว่า “แม่ หนูโดนลุงนัดข่มขืน 6 ครั้ง แล้วตาชายจับXXจับXX”
ทันทีที่ทราบเรื่อง ตนรีบเดินทางกลับไปรับลูกสาวออกมาทันที ก่อนที่ลูกสาวจะยอมเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง ทั้งยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่กล้าบอกใคร เพราะถูกข่มขู่เอาไว้ตลอด อีกทั้งผู้ก่อเหตุยังเป็นพี่ชายแท้ๆ ของตน และเป็นคนในครอบครัวที่ช่วยกันเลี้ยงดูเด็กมาตั้งแต่เล็ก ก็ไม่คิดว่าจะกล้าก่อเหตุเลวร้ายเช่นนี้กับหลานสาวตัวเอง
น.ส.เอ กล่าวอีกว่า จากนั้นตนได้ซื้อชุดตรวจครรภ์มาให้ลูกสาว เบื้องต้นพบผลขึ้น 2 ขีด คาดว่าตั้งครรภ์ แต่ยังไม่ได้พาไปพบแพทย์ เนื่องจากต้องการเข้าแจ้งความก่อน เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุโดยเร็วที่สุด ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และไม่พูดคุยหรือเคลียร์กับฝ่ายผู้ก่อเหตุแต่อย่างใด เพราะเกรงว่าหากรู้ตัวล่วงหน้า อาจหลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้
ล่าสุดตำรวจได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านของ นายนัด แต่กลับพบว่า นายนัด ไม่อยู่บ้าน ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านที่เกิดเหตุ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกับ นางนี (นามสมมติ) อายุ 61 ปี แม่ของ นายนัด โดย นางนี เปิดเผยด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า ตนทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว และรู้ว่าลูกชายถูกแจ้งความดำเนินคดีแล้ว เนื่องจากมีพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน โดยก่อนหน้านี้หลานสาวก็เคยมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้เป็นเวลานาน
นางนี กล่าวอีกว่า บ้านหลังดังกล่าวอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่รวม 7 คน ประกอบด้วย ตน สามี ลูกสาว นายนัด (ผู้ถูกกล่าวหา) หลานอีก 2 คน และยายเฒ่า ซึ่งในช่วงเวลาที่คาดว่าเกิดเหตุ ตนก็อาศัยอยู่ภายในบ้านตามปกติ แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ และไม่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือหรือเสียงทะเลาะวิวาทแม้แต่น้อย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเชื่อในข้อกล่าวหาหรือไม่ นางนี ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงขั้นนี้ และฝ่ายผู้เสียหายมีหลักฐานยืนยัน ตนก็จำเป็นต้องเชื่อ และพร้อมยอมรับกับสิ่งชั่วร้ายที่ลูกชายได้กระทำลงไป แม้ว่าขณะอยู่ต่อหน้าตน ลูกชายจะไม่เคยแสดงพฤติกรรมผิดปกติให้เห็นเลยก็ตาม
ลูกชายมีพฤติกรรมพัวพันกับยาเสพติดมาโดยตลอด แต่ไม่ได้เสพเป็นประจำทุกวัน โดยขึ้นอยู่กับว่ามีเงินหรือไม่ วันไหนเขามีเงิน เขาก็จะไปหาซื้อมาเสพ แต่ถ้าวันไหนไม่มีเงิน เขาก็หยุดเสพ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงผลตรวจร่างกายจากแพทย์ เพื่อเตรียมนำตัวผู้เสียหายเข้าสอบปากคำเพิ่มเติม และออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป