อาลัย “น้องอ้อ” มรภ.กำแพงเพชร เสียชีวิตกะทันหัน ญาติ-เพื่อนคาใจกระบวนการส่งต่อ รพ. ชี้แจงยิบไทม์ไลน์ ยันทำเต็มที่
เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อสงสัยเกี่ยวกับมาตรฐานขั้นตอนการส่งต่อผู้ป่วย เมื่ น.ส.วิราพัตร หรือ “น้องอ้อ” อายุ 37 ปี บุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร เสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยภาวะ ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดปอด ที่รพ.กำแพงเพชร เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยครอบครัวได้รับศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านพัก หมู่ที่ 4 ตำบลประดาง อำเภอวังเจ้า จังหวัดกำแพงเพชร ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติมิตรและเพื่อนร่วมงาน
ญาติและเพื่อนร่วมงาน เปิดเผยว่า แม้จะเข้าใจสถานการณ์ผู้ป่วยวิกฤต แต่ยังคงติดใจกระบวนการส่งตัวและการดูแลผู้ป่วยก่อนเข้าขั้นวิกฤต ว่ามีความล่าช้าเกินไปหรือไม่ โดยเมื่อ 16 ส.ค.ผู้ป่วยมีอาการหายใจติดขัด จึงเข้ารับการรักษาที่รพ.เอกชนกำแพงเพชร จากนั้น 17 ส.ค.เวลาประมาณ 11.30 น. รพ.เอกชน ส่งตัวผู้ป่วยมายัง รพ.กำแพงเพชร พร้อมระบุในใบส่งตัวว่ามีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด ผู้ป่วยรอการรักษาอยู่ในห้องฉุกเฉินเป็นเวลากว่า 6 ชั่วโมง โดยผู้ป่วยเริ่มมีอาการหน้ามืด หายใจเหนื่อยหอบอย่างหนัก แพทย์ประจำห้องฉุกเฉินจึงเร่งทำการกู้ชีพและรักษา จนเวลา 18.24 น. ผู้ป่วยเสียชีวิตลงอย่างสงบ
ต่อมา กลุ่มญาติและเพื่อนร่วมงาน ได้เดินทางไปที่รพ.กำแพงเพชร เพื่อสอบถามกระบวนการรักษาอย่างละเอียด โดยมี นพ.สมเพ็ง โชคเฉลิมวงศ์ รอง ผอ.ด้านพัฒนาระบบบริการและสนับสนุนบริการสุขภาพ พร้อมคณะแพทย์ ร่วมให้การต้อนรับพร้อมแสดงความเสียใจและชี้แจงไทม์ไลน์การรักษาตามลำดับเวลา ดังนี้

-วันที่ 16 ส.ค. ผู้ป่วยมีอาการวูบ เหนื่อยหอบ หายใจไม่สะดวก จึงเข้ารับการักษาที่โรงพยาบาลเอกชนเมืองกําแพง ตรวจพบออกซิเจนในเลือดลดลงเหลือ 88%, คลื่นไฟฟ้าหัวใจพบหัวใจเต้นเร็วอัตรา 125 ครั้ง/นาที่ และผลตรวจเลือด Trop I ให้ผลบวก (0.501 ng/mL) สงสัยภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด ร่วมกับซีดจากภาวะเลือดออก มากผิดปกติทางช่องคลอด จึงนําส่งตัวผู้ป่วยมารักษาต่อตามสิทธิที่โรงพยาบาลกําแพงเพชร
-วันที่ 17 ส.ค. เวลา 11.32 น. ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลกําแพงเพชร ได้ทำการวัดสัญญาณชีพ อุณหภูมิร่างกาย 37.0 องศาเซลเซียส, ความดันโลหิต 117/82 มิลลิเมตรปรอท, อัตราการเต้นของหัวใจ 118 ครั้ง/นาที อัตราการหายใจ 22 ครั้ง/นาที, และระดับความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดแรกรับเท่ากับ 91% ทำการเจาะเลือดตรวจเพิ่ม ถ่ายภาพรังสีทรวงอก ได้ทำการรักษาด้วยออกซิเจนครอบทางปากและจมุก ให้น้ำเกลือ และจองเลือดเพื่อนํามา ให้ที่ห้องฉุกเฉินเพื่อรักษาภาวะซีด ทำการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวช

-เวลา 17.17 น. แพทย์สูตินรีเวชทำการตรวจอัลตราซาวด์หน้าท้อง พบเนื้องอกมดลูก แต่ไม่พบน้ำในช่องท้อง สรุปการวินิจฉัยเป็นเนื้องอกมดลูก ร่วมกับมีภาวะซีด จึงวางแผนการรักษาให้เลือด 1 ยูนิต ที่ห้องฉุกเฉิน ให้ยาบำรุงเลือด ยาแก้ปวด และยาหยุดเลือดออกจากซ่องคลอด
-เวลา 17.30 น. ขณะผู้ป่วยปัสสาวะบนเตียง เกิดอาการหน้ามืด วูบ เกร็งทั่วตัวนานประมาณ 30 วินาที เหงื่อออก ตัวเย็น และหายใจเหนื่อย ความดันโลหิต 128/100 mmHg, ชีพจร 90 ครั้งนาที, ทำการเจาะระดับน้ำตาลปลายนิ้ว 94 mg% จึงได้ทำการรักษา โดยการเพิ่มปริมาณออกซิเจนครอบปาก และจมูกเป็น 15 LPM ทำการเจาะวัดระดับออกซิเจนในเลือด และขอเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ด่วน
แต่ผู้ป่วยเหนื่อยมากขึ้น หายใจ 30 ครั้ง/นาที แพทย์จึงพิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจ ผู้ป่วยระดับความรู้สึกตัวลดลง วัดความดันโลหิตไม่ได้ ชีพจรเต้นเร็ว 135 ครั้งนาที ทำการรักษาด้วยการให้ยาเพิ่มความดันทางหลอดเลือดดำ ประสานย้ายเข้าหอผู้ป่วยหนักไอซียู แต่ผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น เมื่อเวลา 18.13 น.จึงได้ทำการปั๊มหัวใจ ให้ยากระตุ้นหัวใจ จนหัวใจกลับมาเต้นได้ ปรึกษาอายุรแพทย์โรคหัวใจ ทำการตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ พบลิ่มเลือดอุดตันในปอด จึงได้ทำการให้ยาละลายลิ่มเลือดฉีดเข้าหลอดเลือดดำทันดี

-เวลา 18.24 น. ผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น ทำการปั้มหัวใจ ให้ยากระตุ้นหัวใจ อย่างต่อเนื่อง จนถึงเวลา 19.53 น. ผู้ป่วยเสียงชีวิต แพทย์ได้อธิบาย และให้ข้อมูลเรื่องพยากรณ์โรค และการกู้ชีพแก่ญาติ และได้ดำเนินการประสานแพทย์นิติเวช ทำการผ่าซันสูตร พบภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ปอดทั้งสองข้าง
ทางโรงพยาบาลยืนยันว่า บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถในการดูแลผู้ป่วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโรงพยาบาลกำลังประสบปัญหาภาระงานที่หนักหน่วง เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยเชิงระบบที่กำลังเร่งแก้ไข หลังจากที่ญาติและเพื่อนได้รับคำตอนได้เดินกลับ ส่วนในวันพรุ่งนี้คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จะเดินทางไปร่วมพิธีฌาปนกิจที่จังหวัดตาก และแสดงความเสียใจกับครอบครัวที่สูญเสียลูกสาวอีกครั้ง