“เปิดทางกลับใจ ดีกว่าเผชิญหน้า” รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เผย ไทม์ไลน์ ใช้สันติวิธี เจรจา “อิสมาแอ” ผู้ต้องหา 4 หมายจับ คดีความมั่นคง ก่อนเข้ามอบตัว เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

22 พฤษภาคม 2569 – พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยไทม์ไลน์ การบังคับใช้กฎหมาย กรณี นายอิสมาแอ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความมั่นคง จำนวน 4 หมายจับ ซึ่งตัดสินใจเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามแนวทางสันติวิธี

โดยลำดับเหตุการณ์เริ่มขึ้น เมื่อเวลา 16.25 น. เจ้าหน้าที่ ได้รับแจ้งพบ ผู้ต้องสงสัย หลบซ่อนอยู่ภายในบ้านเช่า ซอย 14 หลังโรงเรียนเทศบาล 5

ก่อนที่ เวลา 19.20 น. เจ้าหน้าที่ จะเข้าปิดกั้นพื้นที่ พร้อมประสานผู้นำชุมชน และฝ่ายปกครองเข้าร่วมพูดคุยสร้างความเข้าใจ

ต่อมา เวลา 20.45 น. เจ้าหน้าที่ เริ่มกระบวนการเจรจา ขอความร่วมมือให้ ผู้ต้องหา แสดงตน เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย

กระทั่งเวลา 21.06 น. ภรรยาของผู้ก่อเหตุรุนแรง ได้ออกมาแสดงตน ต่อเจ้าหน้าที่ และในเวลา 21.33 น. “อิสมาแอ” ได้ตัดสินใจ เข้ามอบตัว หลังการเจรจา ตามแนวทางสันติวิธีประสบผลสำเร็จ

โดยตลอดช่วงที่ผ่านมา หน่วยงานความมั่นคง ได้ดำเนินการภายใต้หลักการ “การเจรจา การสร้างความเข้าใจ และการเปิดโอกาสให้กลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม” ควบคู่กับ การบังคับใช้กฎหมายอย่างรอบคอบ ยึดหลักสิทธิมนุษยชน และคำนึงถึงความปลอดภัยของทุกฝ่าย จนนำไปสู่ความสำเร็จในการประสานให้นายอิสมาแอฯ เข้ามอบตัวด้วยความสมัครใจ

ทั้งนี้ รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น ภาคประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ที่ร่วมกันใช้แนวทางสันติวิธีและการพูดคุยอย่างต่อเนื่อง จนสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้หลบหนีหมายจับ กลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้อย่างสันติ

สะท้อนให้เห็นว่า “การเปิดพื้นที่แห่งความเข้าใจ” ยังคงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการคลี่คลายสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

พร้อมย้ำว่า เจ้าหน้าที่พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกคนที่ตัดสินใจกลับตัวกลับใจ และเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย โดยยึดหลักความยุติธรรม ความโปร่งใส และสันติวิธี เพื่อร่วมกันสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแส รวมถึงบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รวมทั้ง ขอเรียนให้ทราบว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน