แจ้งจับหนุ่ม18 ตัดต่อรูปอ้างเป็นจนท.รัฐ เชิดเงินซ่อมบ้านผู้ยากไร้ 6 แสน เจ้าตัวติดต่อขอไกล่เกลี่ยสุดท้ายหนีหาย แฉมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องด้วยไม่ได้ทำคนเดียว
วันที่ 22 พ.ค. 2569 นางปิยนาฎ เสงี่ยมศักดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายธนภณ เมืองเฉลิม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายวุฒิพงศ์ เหลืองอุดมชัย ประธานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ร่วมประชุมตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี นายเจตริน อายุ 18 ปี แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และประธานโซน 6 เพื่อหลอกลวงนำเงินโครงการบ้านพอเพียงสำหรับซ่อมแซมบ้านผู้ยากไร้ในพื้นที่ตำบลจรเข้มาก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ไปใช้โดยมิชอบ
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2569 สภาองค์กรชุมชนตำบลจรเข้มาก ได้รับอนุมัติงบประมาณโครงการบ้านพอเพียง เพื่อซ่อมแซมบ้านผู้ยากไร้จำนวน 11 หลัง วงเงินรวม 375,000 บาท
โดย นายเจตริน อ้างตัวว่าจะเป็นผู้ดำเนินการซ่อมแซมบ้านให้ทั้งหมด แต่ปรากฏว่ามีการซ่อมจริงเพียง 7 หลัง ส่วนอีก 4 หลัง ไม่ได้ดำเนินการ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 140,000 บาท ก่อนจะหลบเลี่ยงการติดต่อและไม่นำเงินมาคืน แม้ประธานสภาองค์กรชุมชนจะพยายามติดตามทวงถามหลายครั้ง
นอกจากนี้ ยังพบว่านายเจตริน มีพฤติกรรมหลอกเก็บเงินออมวันละบาทจากสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลจรเข้มาก แล้วเชิดเงินหนีอีกกว่า 426,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 600,000 บาท
ขณะเดียวกัน ยังมีข้อมูลว่าผู้ถูกกล่าวหาได้ตีสนิทกับหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ก่อนอ้างว่าจะสร้างบ้านให้ผู้สูงอายุที่ยากไร้ จนเจ้าของบ้านหลงเชื่อและรื้อบ้านหลังเดิมออก แต่กลับไม่ได้ดำเนินการก่อสร้างบ้านใหม่ อีกทั้งยังหลอกนำเงินในบัญชีของผู้สูงอายุไปด้วย
ล่าสุด สภาองค์กรชุมชนตำบลจรเข้มาก กองทุนสวัสดิการชุมชน และผู้สูงอายุที่ได้รับความเสียหาย ได้รวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายเจตริน ที่ สภ.บ้านบัว อ.ประโคนชัย แล้ว
ระหว่างการประชุมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา นายเจตริน ได้โทรศัพท์ติดต่อมายังนายอี๊ด สอนประโคน ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลจรเข้มาก เพื่อขอไกล่เกลี่ยและอ้างว่าจะคืนเงินโครงการซ่อมบ้านพอเพียง แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าจะคืนเมื่อใดหรืออย่างไร
พร้อมทั้งอ้างว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องด้วย ไม่ได้กระทำเพียงคนเดียว อย่างไรก็ตาม ประธานสภาฯ ยืนยันให้นำเงินมาคืน เนื่องจากเป็นงบประมาณของรัฐ และให้เดินทางมาชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยตนเอง แต่นายเจตริน ไม่ยอมเปิดเผยว่าอยู่ที่ใด
ด้านนางปิยนาฎ เสงี่ยมศักดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่า นายเจตริน ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และไม่มีตำแหน่งหรือส่วนเกี่ยวข้องใดกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนตามที่กล่าวอ้าง แต่สาเหตุที่หลายฝ่ายหลงเชื่อ
เนื่องจากเป็นหลานของรองประธานกองทุนสวัสดิการแห่งหนึ่งในเครือข่าย อีกทั้งยังมีการตัดต่อภาพลงสื่อสังคมออนไลน์ให้ดูน่าเชื่อถือ คล้ายเป็นข้าราชการ ก่อนนำไปแอบอ้างกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อสร้างความไว้วางใจ และเข้าถึงข้อมูล จนนำไปสู่การหลอกลวงเอาเงินจากหลายโครงการ รวมถึงผู้สูงอายุ
เบื้องต้น นอกจากองค์กรชุมชนจะเข้าแจ้งความแล้ว ทางกระทรวง พม. ยังมอบหมายนิติกรพาผู้สูงอายุที่ได้รับความเสียหายเข้าแจ้งความเพิ่มเติมด้วย
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งหางบประมาณมาซ่อมแซมบ้านอีก 4 หลัง ที่ยังไม่ได้ดำเนินการ รวมถึงบ้านของผู้สูงอายุที่ถูกรื้อถอน เพื่อให้มีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย ส่วนกรณีจะมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่ เป็นหน้าที่ของตำรวจในการขยายผล โดยทาง พม. พร้อมให้ความร่วมมือด้านข้อมูลอย่างเต็มที่ พร้อมกำชับหน่วยงานในเครือข่ายให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลที่จะเข้ามาร่วมงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก