“ทำไม่เป็น-ลงไม่ทัน” เสียงจากก้นบึ้งสาวใหญ่ชัยนาท ยอมสละสิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” แม้อยากได้เงินมาซื้อข้าวตุนเลี้ยงคนป่วย

วันที่ 24 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังหมู่ที่ 2 ต.หาดอาษา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท หลังได้รับแจ้งความเดือดร้อนของครอบครัว น.ส.ณัฐญา อายุ 61 ปี ซึ่งอาศัยอยู่กับป้าวัย 95 ปี และน้องชาย อายุ 56 ปีป่วยด้วยโรคจิตเวช ในสภาพบ้านไม้เก่าทรุดโทรมและผุพังอย่างหนัก ซ้ำร้ายยังถูกพายุพัดจนหลังคาเปิดเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่

” เมื่อขึ้นไปตรวจสอบด้านบนพบกะละมังวางเรียงรายเป็นแถวเพื่อรองน้ำฝนที่รั่วซึมลงมา ยามฝนตกผู้สูงอายุไม่สามารถนอนหลับได้ นอกจากนี้พื้นกระดานบ้านยังผุพังจนผู้อยู่อาศัยเดินตกร่องจนได้รับบาดเจ็บ สร้างความยากลำบากและเป็นอันตรายต่อการดำรงชีวิตของคนในบ้านเป็นอย่างมาก ”

น.ส.ณัฐญา เปิดเผยความในใจว่า ปัจจุบันครอบครัวไม่มีอาชีพและไม่มีรายได้หลักใดๆ เนื่องจากในอดีตตนเคยรับตัดเย็บเสื้อผ้าและทำอาหารขาย แต่ระยะหลังประสบปัญหาเศรษฐกิจซบเซา ตลาดมีแต่คนขายไม่มีคนซื้อจนทุนหายกำไรหดจึงต้องเลิกราไป ประกอบกับต้องคอยดูแลป้าที่ชราภาพและน้องชายที่ป่วยจิตเวชอย่างใกล้ชิด ทุกวันนี้จึงต้องบริหารเงินประทัง 3 ชีวิต รวมถึงสุนัขและแมวอีก 4 ตัว จากเบี้ยเยียวยาของรัฐเท่านั้น

ประกอบด้วย เบี้ยคนพิการของน้องชาย 800 บาท/เดือน, เบี้ยคนพิการและผู้สูงอายุของป้ารวม 1,800 บาท/เดือน, เงินสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรประชารัฐ) ของป้า 300 บาท/เดือน และเบี้ยผู้สูงอายุของตนเองอีก 600 บาท/เดือน ซึ่งหลายครั้งเงินไม่พอใช้จนต้องเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากพี่น้อง แต่ก็เกรงใจเพราะทุกคนต่างมีภาระ

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความหวังในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ของรัฐบาลที่จะเพิ่มเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 700 บาท (รวมเป็น 1,000 บาท) และให้กลุ่มทั่วไปลงทะเบียนรับ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือนนั้น

น.ส.ณัฐญา ยอมรับด้วยความท้อแท้ว่า คงมีเพียงป้าคนเดียวที่จะได้รับสิทธิอัตโนมัติจากบัตรประชารัฐ ส่วนสิทธิของตนและน้องชายนั้นคงต้องหมดหวังอย่างแน่นอน เนื่องจากไม่มีความรู้เรื่องเทคโนโลยีและสมาร์ทโฟนจนไม่สามารถลงทะเบียนเองได้ ในอดีตยุคโครงการคนละครึ่งรอบแรกเคยต้องยอมควักเงินจ้างเด็กในหมู่บ้านช่วยลงทะเบียนให้ถึง 500 บาท แต่รอบหลังจากนั้นก็ลงไม่ทันคนอื่นจนชวดสิทธิมาโดยตลอด

” โครงการครั้งนี้แม้ใจจริงจะอยากได้เงินก้อนนี้มาช่วยซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำมันพืชตุนไว้ประทังชีวิต แต่เมื่อทำไม่เป็นก็คงต้องปล่อยวาง และอยากฝากให้หน่วยงานภาครัฐหรือผู้นำท้องถิ่นเข้ามาดูแลเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมถึงช่วยซ่อมแซมสภาพบ้านที่พังเสียหายให้พอคุ้มแดดคุ้มฝนได้บ้างในระยะนี้ ”

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน