นนทบุรี เมียหลวง ป่วยมะเร็ง ระยะ3 ร้อง “กัน จอมพลัง” ช่วยเหลือ ชีวิตรันทด ถูกผัวทิ้ง หลอกกู้หนี้ยืมสิน ปฎิเสธรับผิดชอบ ทำร้ายร่างกาย หนีซุกเมียต่างด้าว สามียังท้าทายให้ไปฟ้องร้อง ส่วนสาวต่าวชาติคบซ้อน พูดจาเหยาะเย้ย กฎหมายไทย เอาผิดไม่ได้ ไม่มีทรัพย์สินอะไรให้มาฟ้องชู้

26 พ.ค. 69 – ที่โกดังเก็บสินค้าภายในซอยปากเกร็ด 38 ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นางเกล้า อายุ 34 ปี ภรรยาหลวงซึ่งจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องเดินทางเข้าร้องเรียนกับนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ว่า

ถูกสามีทำร้ายร่างกาย หลังจับได้ว่า สามีแอบไปอยู่กินกับสาวต่างด้าวรายหนึ่งในจังหวัดชลบุรี หลังอยู่กินกันมานาน 6 ปี จนมีบุตรสาววัย 2 ขวบด้วยกัน 1 คน

โดยก่อนที่สามีจะเปลี่ยนไป ได้ให้ทางครอบครัว นางเกล้า ไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อเป็นค่าเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศเป็นเงินกว่า 2 แสนบาทและทางฝ่ายสามีปฎิเสธที่จะรับผิดชอบหนี้สินดังกล่าว เคราะซ้ำกรรมซัด ภรรยาหลวงรายนี้ตรวจเจอโรคร้ายเป็นมะเร็งเต้านมระยะ 3 เชื้อลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองอีก

โดยนางเกล้า เปิดเผยเรื่องราวรันทดที่เกิดขึ้นว่า ตนได้คบหากับสามีคนปัจจุบันมานานกว่า 6 ปี จนมีลุูกสาววัย 2 ขวบด้วยกัน 1 คนหนึ่ง ซึ่งสามีตนทำงานเป็นช่างเชื่อมและไปทำงานที่ต่างประเทศโดยที่ตนกับครอบครัวเป็นคนกู้หนี้ยืมสินมาจำนวน 2 แสนกว่าบาทเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศของสามี

จนกระทั่ง เมื่อปลายปีที่แล้ว สามีได้เดินทางกลับมาอยู่ประเทศไทย แล้วกลับไปพักอาศัยอยู่ด้วยกันที่บ้านตนในจังหวัดสุโขทัย แล้วปรากฎว่า แถวบ้านของตนไม่ค่อยมีสัญญานโทรศัพท์มือถือทำให้สามีมาขอร้องให้ตนช่วยเชื่อมสัญญานไวไฟของที่บ้านให้

จึงทำให้ตนพบว่าข้อมูลว่า สามีตนแอบไปเล่นแอพพลิเคชั่นหนึ่ง แล้วเกิดถูกใจมีการสนทนาพูดคุยกับหญิงสาวรายนี้มานานนับปี และยังมีข้อความสนทนาในลักษณะหยอกล้อเรื่องทางเพศกัน และยังเรียกแทนตัวเองกันว่า ผัวเมียอีกด้วย ทำให้ตนเริ่มระแวงแล้วว่า สามีตนน่าจะมีผู้หญิงคนใหม่

จนกระทั่งเมื่อต้นเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา สามีตนบอกว่า เขาจะไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี ก่อนที่จะเก็บเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้แล้วก็ขาดการติดต่อกับตนไปในทันทีตั้งแต่เดินทางไปทำงาน

กระทั่งต่อมาในเดือนเมษายน ตนสืบทราบข้อมูลมาว่า สามีตนไปพักอาศัยอยู่กับหญิงต่างด้าวคนดังกล่าวด้วยกัน ตนจึงแกะรอยตามไปจน พบว่าทั้งสองคนพักอาศัยอยู่ในบ้านพักหลังหนึ่งด้วยกัน

โดยในระหว่างที่ตนทวงคืนเสื้อผ้าของตนที่สามีแอบนำเอามาให้ฝ่ายหญิงคนใหม่ รวมทั้งพัดลมแอร์ที่ตนซื้อไว้ให้กับลูกที่สามีแอบนำมาด้วย สร้างความไม่พอใจให้กับสามีตนเป็นอย่างมาก

จนถึงขั้นลงมือทำร้ายร่างกายตนต่อหน้าหญิงคนใหม่ พร้อมกับชี้หน้าด่าทอตนเองว่า กูไม่เอามึงแล้ว ออกจากบ้านกูไป กูไม่เอาเมียที่ป่วยเป็นมะเร็งหรอก สร้างความคับแค้นให้กับตนเป็นอย่างมาก

นางเกล้า กล่าวด้วยน้ำตาคลอๆว่า สาเหตุที่ตนคับแค้นใจมากกว่านี้จนต้องมาร้องให้ กัน จอมพลัง ช่วยเหลือ ก็คือฝ่ายผู้หญิงคนใหม่ของสามีซึ่งเป็นคนต่างด้าวนั้น มาพูดจาเหยาะเย้ยตนว่า กฎหมายไทยไม่สามารถทำอะไรเขาได้หรอก เพราะเขาเป็นคนต่างชาติ ไม่มีทรัพย์สินอะไรให้มาฟ้องชู้หรือเอาเรื่องกับเขาได้

นอกจากนี้ทางฝ่ายสามีตนยังท้าทายให้ตนไปฟ้องร้องเขาได้เลย ไม่มีใครทำอะไรเขาได้ ตนจึงนำคลิปนำหลักฐานในวันที่ตนบุกไปถ่ายคลิปเป็นหลักฐานนำมาขอร้องให้กัน จอมพลัง ช่วยเหลือ เพราะตนยังถูกสามีที่ยังมีใบจดทะเบียนสมรสกัน กับฝ่ายหญิงต่างด้าว แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกด้วย

นางเกล้า เปิดเผยอีกว่า สภาพอาการของตนในปัจจุบันนี้ต้องเข้ารับการรักษาด้วยการให้คีโม่จนทำให้ผมร่วงหมดทั้วศรีษะ และนับแต่ที่ตนป่วยเป็นมะเร็งมาสามีตนไม่เคยทำหน้าที่หรือพาตนไปหมอเลยสักครั้ง ตนต้องขี่รถ จยย. ข้ามจังหวัดจากสุโขทัยไปหาหมอที่อุตรดิตถ์คนเดียว เพราะไม่มีค่ารถเดินทางไป

และจากเหตุการณ์นี้ ตนพร้อมที่จะหย่าร้างกับสามีรายนี้ และไม่ขอยุ่งเกี่ยวใดๆ อีก ไม่อยากได้กลับคืนมาแล้ว แต่ปัญหาเรื่องเงินที่กู้หนี้ยืมสินมาให้เขาไปทำงานต่างประเทศที่ยังค้างคาอยู่โดยที่ฝ่สยสามีปฎิเสธความรับผิดชอบทำให้ตนต้องแบกรับภาระอยู่คนเดียวเป็นเรื่องที่ตนไม่ยอม

ส่วนเรื่องรถที่ฝ่ายสามีตนพูดในคลิปตอนที่ตนบุกไปบ้านพักเขา แล้วเขาพูดว่า ถอยรถให้ตนไปกี่คันแล้วนั้น พูดเหมือนจะดูดี แต่ในความเป็นจริงรถที่เขาพูดถึงนั้น เป็นรถของเล่นของลูกที่เขาซื้อให้ทั้งนั้น แต่ในความเป็นจริงไม่มีรถแท้ๆ อะไรสักคันที่เขาถอยมาให้ตน แม้แต่รถ จยย. คันปัจจุบันที่ตนใช้ขี่ไปหาหมอ ก็เป็นเงินของตน ที่ตนไปดาวน์รถออกมาใช้เอง

ทางด้าน นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง กล่าวว่า นางเกล้าถือเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งและต่อสู้กับชีวิตเป็นอย่างมาก ซึ่งตนเห็นใจและรับปากที่จะช่วยเหลือดูแลต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมให้นาวเกล้า แต่ตนขอตรวจสอบและพูดคุยกับทางฝ่ายสามีของนางเกล้าเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือที่ดีที่สุดก่อน

ส่วนเรื่องหญิงต่างชาติที่มาคบซ้อน และคิดว่ากฎหมายไทยจะทำอะไรไม่ได้นั้น ตนจะให้ทางฝ่ายกฎหมายตนไปดูรายละเอียดอีกครั้ง ซึ่งคำพูดในลักษณะนี้ของหญิงต่างชาติ เป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสมเพราะอาจทำให้ภาพลักษณ์ของชาวต่างชาติ ถูกมองในแง่ลบในสายตาคนไทย ที่รับทราบเรื่องราวนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน