โดนเบี้ยวค่าแรง ไม่เหลือเงินสักบาท ลุงเดินเท้ากลับบ้านพร้อมสุนัขคู่ใจ จากนครปฐมถึงอุดรธานี ระยะทางกว่า 630 กม. โชคดีเจอคนมีน้ำใจช่วยเหลือระหว่างทาง

วันที่ 27 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเรื่องราวที่คนไทยด้วยกันเห็นเรื่องราวแล้วสุดสงสาร เมื่อทราบว่าคุณลุงท่านหนึ่ง ทราบชื่อในเวลาต่อมา คือ นายทองคำ อายุ 50 ปี ชาวอุดรธานี เข็นรถเข็นที่มีสัมภาระเต็มรถ พร้อมสุนัขคู่ใจ 2 ตัว ชื่อบุญมาและกาหลงเดินเท้าอยู่ริมถนน ก่อนที่จะมีชาวบ้านในพื้นที่ ต.โคกเริงรมย์ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ไปพบเห็น

จากการสอบถาม ทราบว่าลุงเดินเท้ามาจากอ.บางเลน จ.นครปฐม จะกลับบ้านที่อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี รวมระยะทางจากต้นทางไปปลายทางประมาณ 630 กม. เมื่อได้ยินดังนั้น ชาวบ้านที่ชัยภูมิ จึงช่วยเหลือมอบเงินเบื้องต้น พร้อมประสานมายังนายภาณุมาศ จิตรวศินกุล หรือเฮียเปี๊ยก ให้ทางช่วยเหลือ

โดยทาง เฮียเปี๊ยก ได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง พร้อมทั้งประสานไปยังนายวีระพล รักเสมอวงศ์ นายกเทศบาลเมืองบ้านดุง ส่งคนไปรับกลับบ้าน เริ่มจากการประสานไปยังกู้ภัยฮุก 31 ได้รับตัวลุงจาก อบต.โคกเริงรมย์ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ มาส่งที่จ.ขอนแก่น ก่อนที่ทางนายวีระพล จะไปรับช่วงต่อ พร้อมส่งกลับถึงบ้าน อย่างปลอดภัย

ล่าสุด นายวีระพล รักเสมอวงศ์ นายกเทศบาลเมืองบ้านดุง และผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปพบกับลุงทองคำ เพื่อสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น พบว่า ลุงพักอาศัยอยู่บ้านปูนชั้นเดียวหลังเล็กๆ พร้อมเปิดใจถึงสาเหตุเข็นรถขนสัมภาระกลับบ้าน โดยบอกว่าตนเองถูกเบี้ยวค่าแรงจากนายจ้าง เจ้าของฟาร์มเป็ดไล่ทุ่ง ที่อ.บางเลน จ.นครปฐม

โดยจุดเริ่มต้นนั้น ตนไปทำงานที่ฟาร์มดังกล่าวได้เกือบ 10 ปี กระทั่งเมื่อต้นปี 68 ตนได้ย้ายไปทำงานอีกแห่ง โดยทำงานได้อยู่ประมาณ 5-6 เดือน แต่ก็ไม่ได้รับค่าจ้าง จึงตัดสินใจกลับมาหาเจ้าฟาร์มแห่งเดิมที่เคยทำงานอีกครั้ง แต่ดูท่าทางเจ้าของฟาร์มจะไม่พอใจที่ตนเองย้ายไปทำงานที่อื่นแล้วกลับมาที่เดิม จึงจำใจรับตนไว้ทำงาน แต่ไม่ยอมจ่ายค่าแรง โดยค่าแรงที่ตนจะได้นั้น อยู่ที่วันละ 300 บาท แม้ตนจะพยายามขอเบิกก่อน ทีละ 100-200 ก็ไม่ได้

เมื่อทำงานมาได้สักระยะ ไม่ได้ค่าแรง จึงตัดสินใจจะกลับบ้าน โดยได้ไปบอกเจ้าของฟาร์ม เค้าก็บอกว่าจะไปส่ง แต่ไม่ให้เงินติดตัวมาสักบาท โดยตอนแรกบอกว่า จะไปส่งที่โกดัง แต่ตนเองไม่กล้าไป เพราะกลัว คิดว่าเค้าจะทำร้ายร่างกาย เพราะที่ผ่านมา เคยถูกทำร้ายหลายครั้ง จึงขอให้เค้าไปส่งที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน เพื่อที่จะได้ให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นสักขีพยาน และเค้าจะได้ไม่กล้าทำร้าย

ซึ่งหลังจากที่เค้ามาส่งเสร็จ เค้าก็หนีไปเลย ผมก็แบกกระเป๋าของเต็มหลัง เดินจะกลับบ้าน เพราะไม่มีเงินติดตัวสักบาท โดยมีสุนัขคู่ใจ 3 ตัวมาด้วย มีเจ้าบุญมา เจ้ากาหลง และเจ้าแรมโบ้ แต่ระหว่างทางเจ้าแรมโบ้ถูกรถชนตาย ส่วนเจ้ากาหลง แม่ของแรมโบ้เห็นลูกถูกรถชนต่อหน้า ก็ตรอมใจไม่กินข้าว เมื่อเดินมาสักระยะ ก็มีป้าคนหนึ่ง เอารถเข็นให้ใส่กระเป๋าเสื้อผ้า จนกระทั่งมาถึงชัยภูมิ ก็มีคนใจดีมอบเงินให้ และมีกู้ภัยมาส่งถึงขอนแก่น และมีคนมารับต่อถึงบ้าน

ลุงทองคำ ยังเล่าต่ออีกว่า ในอดีตนั้น ตนเองเคยไปทำงาน ลงเรือประมง และเคยถูกจับที่ประเทศอินโดนีเซียอยู่นานเกือบปี ก่อนที่จะไปทำงานรับจ้างเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง นานนับสิบๆ ปี ไม่ค่อยกลับบ้าน จนญาติๆ นึกว่าตายไปแล้ว ถึงขนาดจัดงานศพให้ไปแล้ว พอตนเองกลับมาญาติๆ ก็พากันตกใจ ถึงตอนนี้ ไม่คิดจะกลับไปทำงานกับเจ้านายเก่าอีกแล้ว เป็นตายร้ายดีก็ไม่ไป กลับมาอยู่บ้าน จะหาเก็บของเก่า และหาปูหาปลาขาย

ขณะที่ นายกเทศบาลเมืองบ้านดุง ได้สอบถามลุงทองคำว่า เห็นว่าชอบดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ต่อไปจะลดลงได้ไหม กลับมาบ้านแล้ว ตั้งใจทำงานหาเลี้ยงตัวเอง ซึ่งนายทองคำก็รับปาก จะพยายามลดเครื่องดื่มได้แน่นอนครับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน