กรมควบคุมมลพิษ ขอเวลา7วัน หาต้นตอทำน้ำเสีย คลองห้วยตะเข้ จ.สระบุรี บ่งชี้ปนเปื้อน สารเคมี ทำน้ำสีดำ-ส่งกลิ่นเหม็น เช็กผลตรวจห้องปฏิบัติการ หากยืนยัน โรงงานใดต้นเหตุ ดำเนินคดีถึงที่สุด
29 พ.ค. 69 – ที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำในคลองห้วยตะเข้ ตำบลปากข้าวสาร อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี
หลังส่งเจ้าหน้าที่ คพ. ร่วมกับ จังหวัดสระบุรี ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำและอากาศ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบหาสารปนเปื้อน

โดยแบ่งพื้นที่ตรวจออกเป็น 3 โซน ได้แก่ โซน A พื้นที่ต้นน้ำ โซน B ช่วงกลางลำน้ำ ซึ่งรับน้ำจากคลองเกตุและคลองหนองน้ำเขียว และ โซน C พื้นที่แหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค
อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า เบื้องต้นพบว่า น้ำในโซน A มีค่าการนำไฟฟ้าของสารละลาย (EC) อยู่ที่ 700–2,000 µS/cm (ไมโครซีเมนต์ต่อเซนติเมตร) ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง และอาจบ่งชี้ถึงการปนเปื้อนของสารเคมี สอดคล้องกับสภาพน้ำที่มีสีดำและมีกลิ่นเหม็น
ขณะที่โซน B พบค่าออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำ (Dissolved Oxygen ) ต่ำ และ ที่โซน C ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค มีค่า EC อยู่ที่ 400–500 µS/cm ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ

อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างน้ำทั้งหมด จะถูกส่งตรวจในห้องปฏิบัติการ เพื่อวิเคราะห์หาสารโลหะหนักและระบุชนิดของสารเคมีที่ปนเปื้อน ว่าเกินค่ามาตรฐานหรือไม่ ซึ่งจะช่วยตรวจสอบได้ว่า สอดคล้องกับโรงงานอุตสาหกรรมประเภทใด โดยคาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบอย่างน้อย 7 วันจึงจะทราบผล
ส่วนการตรวจสอบน้ำประปา เบื้องต้น ยังไม่พบสารอินทรีย์ระเหยง่าย จึงขอให้ประชาชนคลายความกังวล แต่จะมีการตรวจสอบระบบน้ำทั้งระบบเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้ง
นายสุรินทร์ ยังบอกอีกว่า สำหรับพื้นที่ใกล้คลองห้วยตะเข้ พบว่า มีโรงงานอุตสาหกรรมและสถานประกอบการประมาณ 9 แห่ง ทั้งโรงงานกำจัดของเสียอันตรายและไม่อันตราย โรงงานรีไซเคิล รวมถึงโรงงานผลิตวัตถุระเบิด

ซึ่งการปนเปื้อนของสารเคมี อาจเกิดได้หลายสาเหตุ ทั้งการปล่อยน้ำเสียลงลำน้ำ การลักลอบทิ้งของเสียอันตราย หรือแหล่งกำเนิดอื่น
หากผลตรวจยืนยันว่า โรงงานใดเป็นต้นเหตุ จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด แต่หากผลตรวจไม่สอดคล้องกับโรงงานในพื้นที่ ก็อาจเป็นไปได้ว่า มีการลักลอบนำของเสียจากนอกมาทิ้ง ก็จะต้องขยายผลเพิ่มเติม
นอกจากนี้ หากเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูคลองห้วยตะเข้ หน่วยงานจะต้องหยุดแหล่งกำเนิดมลพิษไม่ให้มีการปล่อยสารเคมีเพิ่มเติม พร้อมตรวจสอบตะกอนใต้ท้องน้ำว่า สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้หรือไม่ เช่น ใช้เป็นส่วนผสมในวัสดุก่อสร้างหรือซีเมนต์ ก่อนฟื้นฟูคุณภาพน้ำให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย
สำหรับ การลักลอบปล่อยของเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ถือเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ
กรมควบคุมมลพิษ – https://www.pcd.go.th/