ชายยืมถังแก๊สหุงต้ม 2 ถัง-หม้อใบใหญ่ของวัด อ้างจะนำไปใช้จัดงานหมั้น ก่อนเชิดหาย เจ้าอาวาสวอนเอามาคืน ขีดเส้นตายไม่คืนเจอแจ้งความ
วันที่ 2 มิ.ย. 2569 พระมหาพงศ์ภัคว์ ฐานิโย เจ้าอาวาสวัดเขายายชุม อำเภอเมืองระยอง ร้องเรียนผ่านสื่อ หลังถูกชายแต่งกายภูมิฐาน ขับรถเก๋งเข้ามาขอยืมถังแก๊สหุงต้ม จำนวน 2 ลูก และหม้อต้มขนาดใหญ่ของวัด โดยอ้างว่าจะนำไปใช้ประกอบอาหารในงานหมั้น ก่อนหายตัวไปพร้อมทรัพย์สินของวัดนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ ไม่สามารถติดต่อได้ พร้อมวอนให้นำทรัพย์สินกลับมาคืน หากยังเพิกเฉยเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ภายในวัดเขายายชุม หมู่ 1 ตำบลแกลง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพชายรูปร่างท้วม สูงประมาณ 170 เซนติเมตร ขับรถยนต์เก๋งสีบรอนซ์เข้ามาภายในวัด เพื่อขอพบพระมหาพงศ์ภัคว์ ฐานิโย อายุ 62 ปี เจ้าอาวาสวัดเขายายชุม
จากการสอบถามทราบว่า ชายคนดังกล่าวได้แจ้งความประสงค์ขอยืมหม้อต้มขนาดใหญ่ เบอร์ 45 จำนวน 1 ใบ และถังแก๊สหุงต้ม ขนาด 15 กิโลกรัม จำนวน 2 ลูก โดยอ้างว่าจะนำไปใช้ประกอบอาหารเลี้ยงแขกในงานหมั้นที่บ้านพักซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัด ด้วยความเมตตา เจ้าอาวาสจึงมอบหมายให้พระลูกวัดที่ดูแลสิ่งของอำนวยความสะดวกให้
รายงานระบุว่า ระหว่างที่พระลูกวัดกำลังจัดเตรียมถังก๊าซให้ ชายคนดังกล่าวได้เจาะจงขอใช้เฉพาะถังแก๊สหุงต้มยี่ห้อ ปตท. เท่านั้น โดยให้เหตุผลว่ายี่ห้ออื่นไม่สามารถนำไปเปลี่ยนถังตามร้านค้าในพื้นที่ได้ พระผู้ดูแลจึงยินยอมเปลี่ยนเป็นถัง ปตท. ให้ตามความประสงค์ ก่อนที่ชายรายดังกล่าวจะขนย้ายสิ่งของทั้งหมดขึ้นรถเก๋งและขับออกจากวัดไป
อย่างไรก็ตาม หลังจากเวลาผ่านไปนานกว่า 1 สัปดาห์ ชายคนดังกล่าวยังไม่นำสิ่งของมาส่งคืนตามที่ตกลงไว้ พระลูกวัดจึงเดินทางไปตรวจสอบยังพิกัดบ้านที่อ้างว่าเป็นสถานที่จัดงานหมั้น แต่กลับไม่พบบ้านหลังดังกล่าวอยู่จริง
ต่อมา เมื่อพยายามติดต่อกลับไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ชายคนดังกล่าวให้ไว้ ปรากฏว่าผู้รับสายเป็นชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมระบุว่าตนอาศัยอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี และไม่เคยเดินทางมายืมสิ่งของจากวัดเขายายชุม จังหวัดระยอง แต่อย่างใด ทำให้ทางวัดเชื่อว่าถูกหลอกลวง
ด้าน เจ้าอาวาสวัดเขายายชุม ฝากถึงชายที่นำทรัพย์สินของวัดออกไปว่า ขอให้นำหม้อและถังก๊าซกลับมาคืนโดยเร็ว หรือหากนำไปจำหน่ายต่อแล้ว ขอให้นำเงินมาชดใช้ค่าเสียหายแก่ทางวัด พร้อมเตือนว่าการลักขโมยหรือเบียดบังทรัพย์สินของวัดถือเป็นบาปกรรมและเป็นความผิดตามกฎหมาย
ทั้งนี้ หากชายคนดังกล่าวยังคงนิ่งเฉยและไม่ติดต่อกลับมา ทางวัดจะมอบหมายให้ไวยาวัจกรรวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ซึ่งสามารถบันทึกภาพใบหน้าและยานพาหนะของผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุดต่อไป


