ผู้ป่วยโวย พยาบาลฉีดยาให้ผิดคน ยันทักท้วงโต้แย้งไปแล้วว่าไม่ใช่นามสกุลตัวเอง ลั่นไม่มีเจตนาทำรพ.เสียหาย แต่อยากให้ฟังเสียงผู้ป่วยด้วย ขณะที่หัวหน้าพยาบาล ขอโทษยอมรับผิดจริง แจงเพราะชื่อคล้ายกัน

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 3 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน โลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้เผยแพร่ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพตัวเอง กำลังรอรับการตรวจรักษาภายในโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งในจ.ขอนแก่น พร้อมข้อความระบุว่า ซวยเลยมารักษาอย่างหนึ่ง พยาบาลเอายาจากคนไข้อีกคนหนึ่งที่ติดเชื้อมาฉีดให้รอคำชี้แจงครับ ผมก็บอกแล้วไม่ใช่นามสกุลผม

โดยเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังผู้โพสต์ คือนายธนพล อายุ 48 ปี บ้านอยู่ อ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยเรื่องที่เกิดขึ้นว่า มีอาการวูบเข้ามาขอรับการตรวจที่รพ.เพื่อหาสาเหตุ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา นอนพักรักษาตัวอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยติดเชื้อที่มีแผลลุกลาม ขณะที่พยาบาลจะนำยามาฉีดให้ ก็เอะใจว่าตั้งแต่เข้ารพ.ไม่เคยมีการฉีดยา ได้ถามว่าชื่ออะไรครับ พยาบาลบอกว่าชื่อธนพล พยายามถามพยาบาลว่ามันใช่เหรอครับ เพราะไม่เคยฉีดยาเลย ไม่น่าจะใช่ชื่อตน

” แต่พยาบาลยืนยันจะฉีดและบอก “ก็นั่นแหละ“ และไม่พูดอะไรอีก แล้วลงมือฉีดใส่แขนทันที โดยที่มองนั้นเห็นยาในเข็มฉีดยาเป็นสีใส เราทักท้วงไปแล้วว่าไม่ใช่ชื่อผมอย่างแน่นอน ก่อนที่พยาบาลจะหันไปดูกระปุกยาที่นำมาพร้อมกัน และพลิกดูชื่อ แต่ก็นำเข็มมาใส่เตรียมฉีดที่แขนตนแล้ว ผมชี้ให้ดูว่าไม่ใช่ชื่อตัวเองจริงๆและนามสกุลก็ไม่ใช่

พยาบาลจึงรีบถอดเข็มฉีดยาที่แขนออกทันที จึงถามพยาบาลว่าแล้วที่ฉีดเข้ามามันคืออะไร แต่พยาบาลกลับบอกว่าไม่มีอะไรหรอก จึงเกิดความกลัวและได้ไปถามคุณหมอข้างนอกว่ามันคืออะไร ผมมารักษาอาการวูบถ้าเกิดผมเป็นอะไรไปจะทำยังไงเพราะญาติก็ไม่อยู่เฝ้า ไม่รู้จะทำยังไงเพราะญาติยังไม่มาจึงโพสต์ลงในโซเชียลและทักไปบอกแฟน แต่ที่โพสต์นั้นเพราะไม่สบายใจ กลัวจะเป็นอะไรไป หากมีอาการแพ้ก็จะได้มีหลักฐาน ต้องมีคนรับผิดชอบไม่ใช่ปล่อยทิ้งไปเลย”

นายธนพล กล่าวต่อว่า พยายามกินน้ำเรื่อยๆ พอรู้สึกคอแห้ง หรือคิดไปเองก็ไม่รู้ หลังจากที่โพสต์ไปก็มีพยาบาลเข้ามาอธิบายให้ฟังว่าเป็นน้ำเกลือ ซึ่งถ้าเป็นน้ำเกลือจริงๆก็สบายใจ แต่ที่โพสต์นั้นไม่ได้มีเจตนาทำร้ายเจ้าหน้าที่ แต่เป็นเพราะกลัวไม่รู้ว่าเอาอะไรมาฉีดเข้าไปในร่างกาย และติดใจว่ายาไม่ใช่ชื่อเรา แต่ทำไมนำมาฉีดให้ อีกอย่างคือได้ทักท้วงไปแล้วทำไมจึงไม่ฟังผู้ป่วยบ้าง ทำไมคนไข้ทักท้วงแล้วทำไมไม่ตรวจสอบดูก่อนว่าใช่ไม่ใช่จริงไม่จริง ถ้าไม่ใช่ก็จะได้ไม่ต้องฉีดตั้งแต่แรก

” ที่โพสต์นั้นแค่อยากให้ระมัดระวัง ไม่ใช่อยากจะฉีดอะไรก็ฉีด ทั้งที่คนไข้ทักท้วง ถ้าคนไข้มีสติทักท้วงก็อยากจะให้ฟัง ไม่ใช่ดันทุรังฉีดเข้าไปเหมือนเดิม เพราะการกระทำแบบนี้ถือว่ามีความเสี่ยงเพราะหากคนไข้ไม่มีสติไม่รับรู้ว่าเป็นยาที่ต้องฉีดให้ตัวเองหรือไม่ก็จะเป็นอันตรายได้ เพราะขนาดผมมีสติพูดคุยสื่อสารได้ก็ยังฉีด และที่โพสต์ก็ไม่ได้อยากเอาเรื่องเอาราวแต่อยากให้ระมัดระวังมากกว่านี้ เข้าใจพยาบาลเข้าใจบุคลากรทำงานทุกคนเหนื่อย แต่แค่ต้องการให้ระมัดระวังรับฟังเสียงผู้ป่วยเท่านั้น”


ผู้สื่อข่าวได้สอบถามรักษาการหัวหน้าพยาบาล ว่ายาที่ฉีดไปนั้นคืออะไร รักษาการหัวหน้าพยาบาลยืนยันว่า เป็นน้ำเกลือไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เป็นสารปกติในร่างกายของมนุษย์ ซึ่งในการให้การรักษานั้นพยาบาลจะนำน้ำเกลือมาฉีดเพื่อทดสอบดูเลือดว่าไหลเวียนดีหรือไม่ก่อน โดยฉีดในปริมาณ 2 – 3 ซีซี แต่ก็ต้องขอบคุณผู้ป่วยด้วยเช่นกันที่เตือนพยาบาลที่ฉีดยาให้ ทำให้ไม่มีความคลาดเคลื่อนมากไปกว่านี้ ตอนนี้ก็จะดูแลผู้ป่วยให้เป็นอย่างดี และได้รายงานไปยังผู้บังคับบัญชาตามลำดับแล้ว

“หลังจากเกิดเหตุการณ์ได้เน้นย้ำไปยังพยาบาลทุกคน ซึ่งปกติเราจะมีมาตรการที่เป็นมาตรฐานเรียกว่า 7R ที่จะมีการตรวจสอบทบทวนก่อนทำหัตถการ โดยเจ้าตัวที่ฉีดน้ำเกลือให้กับผู้ป่วยรายนี้ก็รู้สึกเสียใจ และขอโทษผู้ป่วย พร้อมกันนี้หัวหน้าตึกก็จะมีการทบทวนอบรมน้องพยาบาลรายนี้ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก เหตุการณ์นี้ถือว่าทำให้เป็นการย้ำเตือนรพ.ว่าจะทำอะไรต้องระมัดระวัง ต้องมีสติในการปฏิบัติงาน และกรณีที่ทำให้ผิดพลาดครั้งนี้เนื่องจาก ชื่อผู้ป่วยเหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่นามสกุล จากนี้จะต้องเน้นย้ำให้ตระหนักเรื่องของนามสกุลด้วย อาจจะมีการติดป้ายว่าตึกผู้ป่วยมีชื่อธนพล ซ้ำกัน ให้ระมัดระวังตรวจสอบดูนามสกุลด้วย”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน