เผยปมยิงสนั่น สวนทุเรียน เจ็บ5 ตร.พบปลอกกระสุนตกเกลื่อน 18 นัด สุดยื้อชีวิตเจ้าของสวน หลังเกิดเหตุดวลปืนกันระหว่างล้งผลไม้กับเจ้าของสวนทุเรียน

วันที่ 6 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า เหตุใช้อาวุธปืนทำร้ายร่างกายกันภายในสวนทุเรียนในพื้นที่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยหลังเกิดเหตุตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมฝ่ายสืบสวน เข้าตรวจสอบบริเวณโรงเรือนเก็บทุเรียนพบร่องรอยการต่อสู้ โดยมีกองเลือดขนาดใหญ่กระจายอยู่บนพื้นคอนกรีต เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานพบปลอกกระสุนปืนจำนวน 18 ปลอก ตกกระจายอยู่ทั้งภายในและบริเวณหน้าโรงเรือน

จากการสอบสวนของ พ.ต.ท.อำนาจ รุ่นหนุ่ม สว.สอบสวน สภ.ทุ่งเบญจา ทราบว่าชนวนเหตุสำคัญ มาจากปัญหาข้อพิพาทเรื่องสัญญาเหมาตัดทุเรียนรอบสุดท้าย ซึ่งก่อนหน้านี้มีปากเสียงกันมาหลายครั้งระหว่างฝ่ายล้งกับ นายจิตติพัฒน์ หรือ นพ อายุ 51 ปี เจ้าของสวน โดย นายนพ ไม่พอใจที่ฝ่ายล้งเข้าตัดทุเรียนช้าจนผลผลิตเสียหาย และยังไปเก็บทุเรียนหล่นมาปนกับทุเรียนที่ตัด ทำให้เกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง

ด้านนายณัฐสิทธิ์ อายุ 21 ปี ลูกเลี้ยงของผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า ฝ่ายล้งเหมือนเตรียมการมา เมื่อเกิดปากเสียงได้หยิบปืนลงมาจากรถ ทำให้ นายนพ วิ่งกลับเข้าบ้านเพื่อหยิบปืนมาป้องกันตัว แต่ยังไม่ทันได้ยิง ได้ถูกลูกน้องฝั่งล้งเข้าล็อกตัวไว้ก่อนจะถูกยิงจนบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ฝั่งล้งให้การอ้างว่า นายนพเข้าไปหยิบปืนในบ้านก่อน จึงจำเป็นต้องหยิบปืนในรถออกมาเพื่อป้องกันตัวเช่นกัน

สำหรับสถานการณ์ผู้บาดเจ็บรวม 5 รายนั้น เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 4 รายถูกลำเลียงส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรีอย่างเร่งด่วน ส่วนรายที่ 5 คือ นายนพ ถูกยิงเข้าที่ศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัส ได้ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบรถยนต์กระบะ 2 คัน ซึ่งเป็นรถที่ใช้ลำเลียงผู้บาดเจ็บของทั้งสองฝ่ายมาส่งที่โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี และจอดอยู่ที่ลานจอดรถ โดยคันหนึ่งเป็นรถกระบะ Ford 4 ประตู สีน้ำเงิน ของฝ่ายล้ง

ส่วนอีกคันเป็นรถกระบะของฝ่ายเจ้าของสวน จากการตรวจค้นภายในรถทั้งสองคัน เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนคันละ 1 กระบอก โดยฝั่งล้งใช้ปืนขนาด 9 มม. ส่วนฝ่ายเจ้าของสวนใช้ปืนพกยี่ห้อกล็อก จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าดำเนินการเก็บรวบรวมลายนิ้วมือแฝงและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด

ทางด้าน พ.ต.ท.อำนาจ รุ่นหนุ่ม สว.สอบสวน สภ.ทุ่งเบญจา ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่และรวบรวมพยานหลักฐานจากทั้งสองฝ่าย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างสลดใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากนายจิตติพัฒน์ เป็นที่รู้จักในฐานะคนโผงผางแต่จิตใจดี ส่วนความคืบหน้าทางคดีเจ้าหน้าที่จะเร่งสรุปสำนวนหลังสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน