หนุ่มวัย 27 สะเทือนใจ หลังถูกคนร้ายขโมยมือถือ วอนเอามาคืน เพิ่งใช้สิทธิ์ ไทยช่วยไทยพลัส ไปแค่ครั้งเดียว เป็นโครงการที่ช่วยต่อชีวิต อย่ามาตัดโอกาสกันแบบนี้ ยอมจ่ายค่าไถ่ 1,000 บาท
วันที่ 7 มิ.ย.69 นายภาคินัย หรือมอส อายุ 27 ปี ชาว อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ได้นำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.นางรอง หลังถูกคนร้ายขโมยโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง A52s 5G มูลค่ากว่า 13,500 บาท ไปจากตะแกรงหน้ารถจยย. เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านขายอุปกรณ์ตกปลา ตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลนางรอง
นายภาคินัย กล่าวว่า ตนขับรถมากับเพื่อนเพื่อซื้อตัวเบ็ดตกปลา โดยวางโทรศัพท์ทิ้งไว้ที่ตะแกรงหน้ารถแล้วเดินเข้าไปในร้านเพียงครู่เดียว เมื่อกลับออกมาเพื่อจะใช้โทรศัพท์สแกนจ่ายเงิน ก็ต้องตกใจ เพราะโทรศัพท์ถูกขโมยไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงพาวเวอร์แบงค์และสายชาร์จเท่านั้น
เมื่อขอดูกล้องวงจรปิดของร้านก็พบภาพคนร้ายขี่รถจยย.มาจอดแล้วเดินมาหยิบไปอย่างหน้าตาเฉย โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที สิ่งที่ทำให้ตนสะเทือนใจที่สุดไม่ใช่แค่ราคาของตัวโทรศัพท์ที่ถูกขโมยไป แต่ในมือถือเป็นข้อมูลและสิทธิ์เยียวยาต่างๆ ของรัฐบาลที่อยู่ในนั้น โดยเฉพาะแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่ต้องใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเป็นโครงการช่วยเหลือที่ตนจำเป็นต้องใช้ในการประทังชีวิต ตนเพิ่งมีโอกาสได้กดใช้สิทธิ์ไปเพียงแค่ครั้งเดียว มันสำคัญและจำเป็นกับชีวิตมาก ไม่คิดว่าคนร้ายจะใจดำทำกันได้ลงคอ
นายภาคินัย ยอมรับว่า ที่มือถือโดนขโมยไป ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความประมาทของตัวเองด้วย ที่ลืมวางมือถือทิ้งไว้หน้าตะแกรงรถ แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีคนขโมยไป ก็อยากฝากถึงคนร้ายหากคิดได้ หรือสงสารตน อยากให้เอามือถือมาคืน เพราะจำเป็นต้องใช้ หากคนร้ายยอมนำมือถือกลับมาส่งคืน ตนก็ยินดีจะมอบเงินให้ 1,000 บาทเพื่อเป็นค่าไถ่ แล้วจะไม่เอาความ ขอเพียงแค่ได้สิทธิ์และข้อมูลในโทรศัพท์กลับคืนมา
ทางด้านชุดสืบสวน สภ.นางรอง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี ซึ่งจากหลักฐานภาพในกล้องวงจรปิด ทำให้ทราบรูปพรรณสัณฐานคนร้าย ซึ่งจะได้เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว