ตำรวจเชียงคำ พะเยา เฝ้าจับยาบ้ากองพะเนิน 8 ล้านเม็ด ไอซ์อีก 1 กก. ซุกโกดังใช้ขิงสดอำพราง เตรียมลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จับได้ 3 คน หัวโจกวิ่งหนีไปได้
วันที่ 9 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงคำ จ.พะเยา เปิดปฏิบัติการบุกทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ หลังสืบทราบว่ามีการใช้บ้านเช่าในพื้นที่ ต.ฝายกวาง อ.เชียงคำ จ.พะเยา เป็นจุดพักยาเสพติด ก่อนอำพรางขนส่งไปกับผลผลิตทางการเกษตร พบยาบ้ากว่า 8 ล้านเม็ด ไอซ์ 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในรถกระบะ เตรียมลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 8 มิ.ย.2569 บริเวณบ้านเช่า ต.ฝายกวาง อ.เชียงคำ จ.พะเยา หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าติดตามพฤติกรรมต้องสงสัยของกลุ่มบุคคลที่เข้าออกบ้านหลังดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา สภ.เชียงคำ จับกุมไอซ์ได้ถึง 597 กิโลกรัม ซึ่งผู้กระทำผิดใช้วิธีซุกซ่อนในถุงขิงเพื่ออำพรางการขนส่ง ทำให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังการลักลอบขนยาเสพติดที่แฝงมากับสินค้าเกษตร
ต่อมาเจ้าหน้าที่พบว่าบ้านเช่าหลังดังกล่าว มีขิงสดบรรจุถุงพลาสติกสีดำกองอยู่จำนวนมากบริเวณหน้าบ้าน และมีบุคคลเข้าออกผิดสังเกต จึงเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดกระทั่งคืนเกิดเหตุ พบชายคนหนึ่งสวมถุงมือยางสีขาวขนถุงพลาสติกสีดำออกจากตัวบ้าน ก่อนจะมีชายวัยรุ่น 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาภายในบ้าน จากนั้นมีรถกระบะมิตซูบิชิไทรทัน สีเทา ทะเบียนเชียงราย ขับเข้ามาจอดหน้าบ้าน เมื่อคนขับเปิดประตูลงมาเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่ชายดังกล่าวไหวตัวทันวิ่งหลบหนีข้ามถนนเข้าไร่ข้าวโพดและอาศัยความมืดหลบหนีไปได้
เมื่อตรวจค้นรถกระบะ พบยาบ้าบรรจุอยู่ในกระสอบจำนวน 27 กระสอบ รวม 8,000,000 เม็ด และไอซ์น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะรถยนต์ และจากการตรวจค้นภายในบ้านเช่า พบผู้ต้องหา 3 คนอยู่ภายในจึงควบคุมตัวไว้สอบสวน ทั้ง 3 คนรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายภูมินทร์ หรือ “สัว” อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นบุคคลที่วิ่งหลบหนี ให้มารอขนยาเสพติดและอำพรางกับขิงสด โดยได้รับค่าจ้างคนละ 50,000 บาท เคยทำมาแล้ว 1 ครั้งช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน พร้อมตรวจยึดของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาที่หลบหนี รวมถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป


