เจ้าของร้านลาบอุดร เปิดใจย้อนนาทีประวัติศาสตร์ชีวิต “พระองค์ภา” เสด็จฯ เสวยเป็นการส่วนพระองค์ถึง 5 ครั้ง เผยทรงโปรดเมนู “เสือร้องไห้” รับสั่งห้ามปิดร้าน ไม่ถือพระองค์
วันที่ 13 มิ.ย.2569 ที่จ.อุดรธานี นายเชี่ยวชาญ ศักดิ์ประติมากร อายุ 59 ปี เจ้าของร้านข้าวคั่ว-หัวหอม เปิดใจวินาทีได้รับพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้เสด็จมาเสวยพระกระยาหารเป็นการส่วนพระองค์ ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มใจและเป็นสิริมงคลสูงสุดแก่ร้านและวงศ์ตระกูล
เจ้าของร้าน ย้อนความทรงจำในวันแรกอย่างตื่นเต้นว่า ตนเองไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้รับโอกาสครั้งสำคัญในชีวิต ตอนนั้นร้านเป็นเพียงร้านลาบเล็กๆ บ้านไม้เก่าๆ ไม่ได้สวยงามอะไร จนกระทั่งมีเพื่อนข้าราชการตำรวจ โทรศัพท์มาแจ้งด่วน ว่าจะมี “พระองค์ท่าน” เสด็จมาเสวยพระกระยาหารเที่ยงที่ร้านในช่วงบ่าย
“ตอนนั้นตกใจมากครับ ตกใจสุดๆ ทำตัวไม่ถูกเลย เพราะในชีวิตเคยดูแต่ข่าวพระราชสำนัก ไม่รู้ว่าต้องกราบท่าไหน ต้องทำตัวยังไง” เจ้าของร้านกล่าวด้วยน้ำเสียงยังคงตื่นเต้น

หลังจากได้รับแจ้งไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่ทหารหน่วย EOD ชุดแรกก็รุดเข้าเคลียร์พื้นที่อย่างละเอียด ตั้งแต่หน้าบ้าน ห้องน้ำ ในครัว ไปจนถึงหลังบ้าน จากนั้นตามด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากส่วนกลาง และตำรวจท้องที่เข้ามาวางกำลังอารักขาตามจุดต่างๆ อย่างเข้มงวด
ด้วยความเกร็งและตื่นเต้น เจ้าของร้านสารภาพว่า แอบหลบอยู่แต่ในครัวหลังบ้าน ไม่กล้าออกมา จนกระทั่งมหาดเล็ก และแม่นมของพระองค์ท่าน เดินเข้ามาพูดคุยอย่างเป็นกันเองว่า “ไม่ต้องตื่นเต้น ใจเย็นๆ ท่านเป็นกันเอง ไม่ต้องซีเรียสมาก” ก่อนที่มหาดเล็กจะดึงมือให้เข้ามาเข้าเฝ้าฯ เพื่อแนะนำเมนูอาหารด้วยตัวเอง

ทางร้านจึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายเมนูเด็ดสูตรย่างเตาถ่านโบราณอันขึ้นชื่อของร้าน ประกอบด้วย พวงนมย่าง คอหมูย่าง เสือร้องไห้ ลาบเป็ด ส้มตำ และข้าวเหนียว ซึ่งเมนูที่พระองค์ท่านทรงโปรดปรานเป็นพิเศษคือ “เสือร้องไห้” โดยทรงเสวยจนหมดจานเลยทีเดียว
สิ่งที่สร้างความปลาบปลื้ม และประทับใจแก่เจ้าของร้าน และลูกค้าในร้านอย่างมิรู้ลืม คือพระจริยวัตรอันเรียบง่าย และไม่ถือพระองค์ โดยมหาดเล็กแจ้งกับทางร้านว่า “ห้ามปิดร้านเด็ดขาด” และพระองค์ท่านทรงมีรับสั่งว่า ไม่ต้องให้ลูกค้าคนไหนลุก ใครนั่งทานอยู่ก็ให้ทานตามปกติ และให้ทุกคนทำตัวตามสบาย

หลังจากวันแรก พระองค์ท่านได้เสด็จมาเสวยที่ร้านแห่งนี้ รวมทั้งหมดถึง 5 ครั้ง ซึ่งในครั้งต่อๆ มา ทางร้านได้จัดเตรียมจานชามชุดพิเศษไว้คอยต้อนรับ เป็นการเฉพาะ ซึ่งปัจจุบันยังคงเก็บรักษาไว้ในตู้โชว์ด้านหลังร้านเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ทุกครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จมาปฏิบัติพระกรณียกิจที่จังหวัดอุดรธานี จะทรงมีรับสั่งให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์มาสั่งอาหารใส่ห่อกลับไปเสวย โดยให้ขอบิลในนาม “วังสุโขทัย” ซึ่งมหาดเล็กเน้นย้ำว่าให้คิดราคาปกติธรรมดา ไม่ต้องเกรงใจ

เจ้าของร้านกล่าวทิ้งท้ายว่า ร้านลาบแห่งนี้เปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2541 จนถึงปัจจุบันก็เกือบ 30 ปีแล้ว และมีเรื่องน่าอัศจรรย์ใจคือ ตนเองคลอดตามธรรมชาติ (หมอตำแย) ที่บ้านหลังนี้ ในวันอังคาร เวลาแปดโมงเช้า ซึ่งจุดที่พระองค์ท่านประทับนั่งเสวย (โต๊ะหน้าเคาน์เตอร์) นั้น ตรงกับตำแหน่งที่ตนเองคลอดออกมาลืมตาดูโลกพอดี
“ความรู้สึกมันเกินบรรยาย เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลและร้านมาก พูดแล้วยังขนลุก หลังจากนั้นมาพอคนรู้ว่าพระองค์ท่านเสด็จฯ มาเสวย เมนูเสือร้องไห้ก็ขายดีและมีชื่อเสียงขึ้นเรื่อยๆ แม้ในวันนี้จะไม่มีโอกาสได้คอยรับใช้พระองค์ท่านแล้ว แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นคือสิ่งที่เป็นมงคลสูงสุดในชีวิตที่จะไม่มีวันลืมเลือน” เจ้าของร้านกล่าวด้วยความซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณ