เตือน! “อย่านำอาหารทั้งถุงพลาสติก” แช่เข้าไปในตู้เย็น หลายบ้านยังทำเป็นเรื่องปกติ เสี่ยงสารเคมีปนเปื้อน-กระทบสุขภาพ รีบปรับพฤติกรรมด่วน!
เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ การนำอาหารทั้งถุงพลาสติกใส่ตู้เย็น เป็นพฤติกรรมที่หลายคนทำเป็นประจำ เพราะสะดวกและประหยัดเวลา แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากถุงพลาสติกไม่ได้ผลิตขึ้นสำหรับสัมผัสอาหารโดยตรง อาจเพิ่มความเสี่ยงที่สารเคมีจากบรรจุภัณฑ์จะปนเปื้อนสู่อาหารได้
หลังจากซื้อของจากตลาด หลายคนมักเก็บผัก เนื้อสัตว์ หรือปลาไว้ในถุงพลาสติกที่พ่อค้าแม่ค้าให้มา แล้วนำเข้าตู้เย็นทันที เพราะมองว่าเป็นวิธีที่ง่ายและช่วยลดการใช้ภาชนะเก็บอาหาร อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า วิธีดังกล่าวไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อถุงพลาสติกไม่ได้มาตรฐานสำหรับใช้สัมผัสอาหาร

หลายคนเข้าใจว่าอุณหภูมิต่ำจะทำให้ปฏิกิริยาเคมีแทบทั้งหมดหยุดลง จึงคิดว่าอาหารที่เก็บอยู่ในถุงพลาสติกจะปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาหารระบุว่า อุณหภูมิต่ำช่วยชะลอการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้ แต่ไม่ได้ทำให้พลาสติกคุณภาพต่ำกลายเป็นวัสดุที่ปลอดภัยสำหรับเก็บอาหาร ถุงพลาสติกรีไซเคิลบางชนิดหรือถุงที่ไม่ได้มาตรฐานสำหรับสัมผัสอาหาร อาจมีสารเติมแต่ง สี หรือสารทำให้พลาสติกอ่อนตัว ซึ่งไม่เหมาะกับการใช้เก็บอาหารเป็นเวลานาน
โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันสูงหรือมีความเป็นกรด อาจมีโอกาสดูดซึมสารประกอบบางชนิดจากบรรจุภัณฑ์ได้มากกว่าอาหารแห้ง
ความเชื่อที่ว่า “ถุงยิ่งหนายิ่งปลอดภัย” เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะความหนาไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้คุณภาพของพลาสติก
ถุงพลาสติกหนาสีดำ สีเขียว หรือสีแดงที่จำหน่ายตามตลาดจำนวนไม่น้อย อาจผลิตจากพลาสติกรีไซเคิลเพื่อใช้สำหรับขนส่งสินค้า ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้เก็บอาหาร การนำถุงเหล่านี้มาใส่ผัก เนื้อสัตว์ หรือผลไม้เป็นเวลาหลายวันจึงไม่ใช่สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่ความหนาของถุง แต่คือ ถุงนั้นผลิตตามมาตรฐานสำหรับใช้กับอาหารหรือไม่ โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานมักมีสัญลักษณ์ระบุว่าสามารถใช้กับอาหารได้ หรือมีข้อมูลผู้ผลิตอย่างชัดเจน

หลายคนให้ความสำคัญกับการตรวจว่าอาหารเน่าเสียหรือไม่ แต่กลับมองข้ามว่าบรรจุภัณฑ์ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร
งานวิจัยระดับนานาชาติบางส่วนพบว่า สารประกอบอย่าง พทาเลต (phthalates) และ บิสฟีนอล (bisphenols) จัดอยู่ในกลุ่มสารเคมีที่อาจรบกวนการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ หากได้รับสารในปริมาณมากเพียงพอและเป็นเวลานานจากหลายแหล่ง
สารเคมีบางชนิดในกลุ่มนี้มีความเกี่ยวข้องกับการทำงานของฮอร์โมนไทรอยด์ จึงมีข้อกังวลถึงผลกระทบต่อผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับระดับและระยะเวลาการได้รับสาร รวมถึงแหล่งสัมผัสในแต่ละบุคคล
รศ.ดร.เหงียน ดุย ถิ่ญ อดีตอาจารย์สถาบันเทคโนโลยีชีวภาพและเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮานอย เคยให้ข้อมูลกับหนังสือพิมพ์ Sức khỏe & Đời sống ว่า ผู้บริโภคไม่ควรใช้ถุงพลาสติกที่ไม่ทราบแหล่งที่มาเพื่อเก็บอาหารเป็นเวลานาน โดยแนะนำให้ย้ายอาหารไปใส่ภาชนะแก้ว กล่องพลาสติกที่ได้มาตรฐาน หรือถุงสำหรับบรรจุอาหารโดยเฉพาะทันทีหลังซื้อ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของสารเคมีจากบรรจุภัณฑ์
3 พฤติกรรมง่าย ๆ ช่วยเก็บอาหารให้ปลอดภัยขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า แทนที่จะนำอาหารทั้งถุงเข้าตู้เย็น ควรใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีจัดเก็บอาหารใหม่หลังกลับจากตลาด โดยสามารถทำได้ดังนี้
1. เปลี่ยนจากถุงพลาสติกทั่วไปเป็นภาชนะที่ได้มาตรฐาน
ควรนำอาหารออกจากถุงพลาสติกที่ได้รับจากตลาดหรือร้านค้า แล้วเปลี่ยนไปใส่กล่องแก้ว กล่องพลาสติกที่ได้มาตรฐานสำหรับอาหาร หรือถุงซิปสำหรับบรรจุอาหารโดยเฉพาะ
2. ไม่ควรเก็บอาหารหลายประเภทไว้ในถุงเดียวเป็นเวลาหลายวัน
ควรแยกผัก เนื้อสัตว์ และอาหารทะเลออกจากกัน นอกจากช่วยลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนข้ามแล้ว ยังช่วยรักษาความสดของอาหารได้นานขึ้น
3. ทำความสะอาดตู้เย็นเป็นประจำ
ควรนำอาหารที่เสียหรือหมดอายุออกจากตู้เย็น และตรวจสอบระยะเวลาการเก็บรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพราะตู้เย็นที่สะอาดมีความสำคัญมากกว่าการพยายามใช้ถุงพลาสติกทุกใบให้คุ้มค่า
อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก เพียงควรลดการสัมผัสพลาสติกที่ไม่ได้มาตรฐานเป็นเวลานาน และเลือกใช้ภาชนะที่เหมาะสมกับการเก็บอาหาร
สามารถเริ่มจากพฤติกรรมง่าย ๆ เช่น ใช้ภาชนะที่ได้มาตรฐานสำหรับอาหาร หลีกเลี่ยงการนำถุงพลาสติกทั่วไปกลับมาใช้ซ้ำหลายครั้ง และเลือกวัสดุที่ปลอดภัยสำหรับการจัดเก็บอาหาร
การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในครัวตั้งแต่วันนี้ อาจช่วยลดความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นต่อสุขภาพในอนาคตได้ เพราะบางครั้งการดูแลสุขภาพไม่ได้เริ่มต้นจากวิธีการที่ซับซ้อน แต่อาจเริ่มจากสิ่งใกล้ตัวที่สุดอย่าง วิธีที่เราเก็บอาหารในแต่ละวัน
ขอบคุณภาพและข้อมูล SOHA