ลำปาง ตร.แม่พริก สกัดจับคาด่าน 2 หนุ่มเชียงใหม่ แสดงอาการส่อพิรุธ หน้าซีด ตัวสั่น ตรวจอุโมงค์เอกซเรย์ พบยาบ้าเกือบ 1 ล้านเม็ด ซุกช่องลับใต้พื้นกระบะ สารภาพ ได้ค่าจ้าง1แสน ส่งกรุงเทพฯ

15 มิถุนายน 2569 – นายวิวัฒน์ อินไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง พ.ต.อ.ชัชชัย บรรหารนุกูลกิจ ผกก.สภ.แม่พริก พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม สภ.แม่พริก

ร่วมแถลงข่าว ตำรวจ สภ.แม่พริก สกัดจับขบวนการลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้าจำนวน 964,000 เม็ด พร้อมรถยนต์กระบะดัดแปลงช่องลับใต้พื้นกระบะ และจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ขณะพยายามใช้เส้นทางรองหลบด่านตรวจ เพื่อนำยาเสพติดจาก จ.เชียงใหม่ ส่งปลายทางกรุงเทพมหานคร

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.50 น. วันที่ 14 มิถุนายน 2569 บริเวณด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก หมู่ 5 ต.พระบาทวังตวง อ.แม่พริก จ.ลำปาง หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามพฤติกรรมรถยนต์กระบะโตโยต้า รีโว่ สีขาว ทะเบียน ยย 2870 เชียงใหม่ ซึ่งถูกวิเคราะห์จากระบบอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติว่า มีพฤติการณ์ใช้เส้นทางหลบเลี่ยงด่านตรวจเป็นประจำ จึงกำหนดเป็นเป้าหมายเฝ้าระวัง

ต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถคันดังกล่าวขับเข้าพื้นที่ อ.แม่พริก โดยใช้เส้นทางรองหลบด่าน จึงตั้งจุดสกัดบริเวณถนนหน้าหมู่บ้านแม่เชียงรายบน หมู่ 4 ต.แม่พริก และส่งสัญญาณให้หยุดตรวจ แต่คนขับกลับเร่งเครื่องพยายามหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงติดตามอย่างกระชั้นชิด ก่อนสามารถควบคุมรถไว้ได้

จากการตรวจค้นเบื้องต้น ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่ผู้ต้องหาทั้งสองมีอาการพิรุธ หน้าซีด ตัวสั่น จึงเชิญตัวพร้อมรถยนต์ไปตรวจสอบอย่างละเอียด ที่ด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก และนำรถเข้าตรวจผ่านอุโมงค์เอ็กซ์เรย์ กระทั่งพบวัตถุต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ในช่องลับ ใต้พื้นกระบะด้านหลัง เมื่อตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุเป็นมัดซุกซ่อนอยู่ รวมประมาณ 964,000 เม็ด

ผู้ต้องหาทั้งสองราย คือ นายวัฒนสินธ์ หรือ “แชมป์” อายุ 28 ปี ชาว อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และนายขวัญชัย หรือ “ยิ้ม” อายุ 18 ปี ชาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากบุคคลที่รู้จักในชื่อ “พี่ใหญ่ไทยใหญ่” ให้ขนยาบ้าจากพื้นที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ไปส่งในกรุงเทพมหานคร โดยจะได้รับค่าจ้างรวม 100,000 บาท แบ่งกันคนละครึ่ง และมีการโอนเงินล่วงหน้าเข้าบัญชีแล้ว 10,000 บาท

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลติดตามผู้ว่าจ้างและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน