ชาวบ้านผวา ต้องกางมุ้งกินข้าว บ่อขยะไสลาว พ่นพิษซ้ำซาก กองทัพแมลงวันนับล้านตัว บินว่อน เผยกลิ่นขยะเหม็นโชย เสียงเครื่องจักรดังสนั่น โวยนายกฯเล็ก ชี้แจงย้อนแย้งผลกระทบที่ชาวบ้านได้รับ
วันที่ 18 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณบ่อกำจัดขยะเทศบาลนครตรัง หรือบ่อขยะไสลาว พื้นที่ประมาณ 60 ไร่ ติดกับสนามกีฬาทุ่งแจ้ง ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งมีขยะสะสมอยู่มากกว่า 9 แสนตัน ซึ่งกลายเป็นปัญหาที่ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบมาตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 20 ปี
โดยชาวบ้านรอบๆบ่อขยะไสลาว ในขณะนี้ต่างประสบปัญหาเรื่องแมลงวันเป็นจำนวนมาก เช่นบ้านของ นายวิเชษฐ์ แก่งบุญ อายุ 63 ปี ซึ่งอยู่ห่างจากบ่อขยะเพียงแค่ 70 เมตร ในพื้นที่ หมู่ 1 ต.บางรัก โดยเปิดเป็นร้านอาหารตามสั่ง ประสบปัญหาเป็นอย่างมาก
นายวิเชษฐ์ กล่าวว่า ช่วงนี้ตนได้รับผลกระทบจากปัญหาแมลงวันจำนวนมาก ส่วนปัญหากลิ่นจากบ่อขยะช่วงนี้ไม่มากนัก จะมีกลิ่นรบกวนเป็นบางช่วง โดยเฉพาะเวลาลมพัดมาทางชุมชนหรือในช่วงที่มีการรื้อกองขยะ สำหรับปัญหาแมลงวันเริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา และถือว่ามีจำนวนมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
ปัจจุบันต้องใช้ทั้งแผ่นกาวดักแมลงวันและฉีดพ่นยาเพื่อกำจัด โดยในแต่ละวันใช้แผ่นกาวดักแมลงวันถึง 10 แผ่น และแมลงวันติดเต็มทุกแผ่น เวลารับประทานอาหาร แมลงวันก็บินมาตอมและลงในจานอาหารตลอด ที่ผ่านมาไม่เคยมีเจ้าหน้าที่เทศบาลเข้ามาสอบถามหรือรับฟังปัญหาจากชาวบ้านแต่อย่างใด จึงอยากฝากไปถึงเทศบาลให้เร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาแมลงวันอย่างจริงจัง เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่เคยมีหน่วยงานเข้ามาดูดำดูดี
ขณะที่ น.ส.ณัตติญา เสนาไทย อายุ 45 ปี ชาวบ้านริบบ่อขยะไสลาว พื้นที่หมู่ 5 ต.บางรัก กล่าวว่า บ้านตนอยู่ห่างบ่อขยะ 20 เมตร ได้รับผลกระทบจากทั้งกลิ่นเหม็นของขยะและปัญหาแมลงวันมาโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงเดือนนี้พบว่าแมลงวันมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ และมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา จนสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับคนในชุมชนอย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันและสุขอนามัยของประชาชนในพื้นที่ และเพื่อนบ้านบางรายต้องกางมุงกินข้าว
อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่ชุมชนบางรัก ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง ซึ่งเป็นชุมชนเมือง พื้นที่เขตเทศบาลนครตรัง ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากบ่อขยะไสลาว หลายกิโลเมตร ทางนายวิรัตน์ รักนาย รองประธาน อบจ.ตรัง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าได้มีการนำขยะจากบ่อขยะไสลาว ไปเก็บและกองไว้ที่โรงเลื้อยเก่าในพื้นที่ ต่อมาจึงได้มีการเข้าไปตรวจสอบและพบว่ามีขยะดังกล่าวถูกเก็บไว้ด้านในจริง
โดยทาง นายแพทย์รักษ์ บุญเจริญ นายกเทศมนตรีนครตรัง ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ และมีการชี้แจงว่า ขยะที่นำมาเก็บไว้ที่โรงเลื้อยเก่าดังกล่าว เป็นโกดังจัดเก็บเชื้อเพลิงขยะ RDF ของบริษัทที่เป็นคู่สัญญาในการบริหารจัดการบ่อขยะ นำเชื้อเพลิงขยะ RDF มาพักเก็บไว้ภายในโกดังดังกล่าวจริง เพื่อรอการขนส่งไปยังสถานประกอบการที่รับซื้อเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ด้านพลังงาน
โดยเชื้อเพลิงขยะ RDF เป็นวัสดุที่ผ่านกระบวนการคัดแยกและแปรรูปตามมาตรฐาน มีการนำขยะอินทรีย์และความชื้นออกจากกระบวนการแล้ว จึงมีลักษณะเป็นขยะแห้งและไม่ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นเน่าเช่นเดียวกับขยะมูลฝอยทั่วไป รวมทั้งไม่มีกลิ่นเหม็นหรือแมลงวัน
แต่ทางด้านชาวบ้าน เช่น นายทานต์ จริงจิตร อายุ 55 ปี ชาวบ้านถนนจริงจิตร ต.ทับเที่ยง กล่าวว่า บ้านตนอยู่ห่างจากโกดังเก็บขยะเพียงแค่ 300 เมตร กล่าวว่า เมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มสังเกตเห็นว่าภายในบ้านมีแมลงวันจำนวนมากผิดปกติ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยประสบปัญหาดังกล่าว
และภายในบ้านก็แทบไม่มีเศษอาหารหรือสิ่งปฏิกูลที่จะดึงดูดแมลงวัน ต่อมาจึงทราบจากสื่อออนไลน์ว่ามีการนำขยะจากบ่อขยะมาจัดเก็บไว้ภายในโกดังที่อยู่ใกล้บ้าน จึงตั้งข้อสังเกตว่าแมลงวันที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากอาจมีสาเหตุมาจากขยะที่ถูกนำมากองเก็บไว้ในโกดังดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังพบว่าบ้านเรือนของเพื่อนบ้าน รวมถึงร้านจำหน่ายอาหารที่อยู่ใกล้เคียง ต่างก็ประสบปัญหาแมลงวันจำนวนมากเช่นเดียวกัน ขณะนี้มีความกังวลอย่างมากหลังมีการนำขยะมาเก็บไว้ภายในโกดังที่ตั้งอยู่ในเขตชุมชน โดยเฉพาะความเสี่ยงเรื่องเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนในพื้นที่
อยากฝากคำถามไปยังเทศบาลนครตรังว่า จะมีการกำหนดเวลานำขยะ ออกจากโกดังกลางเมืองแห่งนี้เมื่อใด อีกทั้งยังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสุขภาพ เนื่องจากขยะย่อมก่อให้เกิดมลพิษได้ จึงอยากทราบว่าใครจะเป็นผู้ยืนยันหรือรับรองได้ว่าไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน แม้ทางเทศบาลจะเข้ามาตรวจสอบพื้นที่แล้วก็ตาม แต่ยังไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่าประชาชนจะไม่ได้รับผลกระทบ
ซึ่งการนำขยะเข้ามาจัดเก็บเช่นนี้ ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานใด และมีการรับฟังความคิดเห็นหรือได้รับความยินยอมจากประชาชนในชุมชนหรือไม่ เนื่องจากคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่เคยรับทราบเรื่องดังกล่าวมาก่อน ต้องการให้มีการเร่งนำขยะทั้งหมดออกจากโรงเลื่อยเก่าโดยเร็วที่สุด เนื่องจากบ้านของตนผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ จึงยิ่งเพิ่มความกังวล
นางมาลี ศรีบางรัก อายุ 81 ปี กล่าวว่า บ้านของตนอยู่ติดกับรั้วด้านหลังของโกดังเก็บขยะ ขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากปัญหาแมลงวัน กลิ่นเหม็น และเสียงดังจากการดำเนินการภายในโกดังโรงเลื่อยเก่า ซึ่งมีการใช้เครื่องจักร ทั้งรถตักขยะและการรื้อคุ้ยกองขยะ ส่งเสียงดังตลอดทั้งวัน ทำให้สามีซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงเกิดอาการตกใจและหวาดผวา จนนอนไม่หลับ
ส่วนตนเองโดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่แทบไม่ได้นอน เนื่องจากมีแมลงวันจำนวนมากเข้าไปภายในห้องนอน มีทั้งชนิดตัวเล็กและแมลงวันหัวเขียว อาหารหรือของกินไม่สามารถวางทิ้งไว้ได้เลย
ยืนยันว่าตลอดชีวิตที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มาจนอายุมากแล้ว ไม่เคยพบปัญหาแมลงวันจำนวนมากเช่นนี้มาก่อน จนกระทั่งมีการนำขยะเข้ามาเก็บไว้ดังกล่าว และยังเชื่อว่าแมลงวันจำนวนดังกล่าวอาจเป็นพาหะนำเชื้อโรค เนื่องจากมาจากกองขยะ โดยครอบครัวของตนได้รับผลกระทบจากปัญหาแมลงวันมาเป็นเวลากว่า 1 เดือน
ซึ่งสอดคล้องกับช่วงเวลาที่มีการนำขยะเข้ามาเก็บไว้ในพื้นที่ ในช่วงแรกตนไม่ทราบเลยว่ามีการนำขยะมาเก็บไว้บริเวณหลังบ้าน จนกระทั่งเริ่มได้กลิ่นเหม็นและได้ยินเสียงเครื่องจักร ส่วนตนมีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจอยู่แล้ว เมื่อประกอบกับกลิ่นเหม็นจากขยะยิ่งทำให้ได้รับผลกระทบมากขึ้น กลางวันแทบไม่สามารถพักผ่อนได้ เนื่องจากมีเสียงดังเครื่องจักรทำงานอย่างต่อเนื่อง
อยากเรียกร้องไปยังเทศบาลนครตรังให้เร่งนำขยะทั้งหมดออกจากพื้นที่ดังกล่าวโดยเร็วที่สุด เนื่องจากบริเวณโดยรอบเป็นชุมชนที่มีบ้านเรือนประชาชนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น อีกทั้งมีผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
น.ส.อริสรา กอบเกตุ อายุ 47 ปี ชาวบ้านที่อยู่ติดกับรั้วเก็บขยะ กล่าวว่า เดิมทีชุมชนแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่มีความสงบ ผู้คนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่หลังจากมีการนำขยะเข้ามาเก็บไว้ภายในโกดังโรงเลื่อยเก่า กลับเกิดปัญหาตามมา ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนที่ผ่านมา คุณภาพชีวิตของคนในครอบครัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง การใช้ชีวิตในบ้านไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การกินข้าวต้องเปลี่ยนไปนั่งรับประทานภายในห้องนอนแทน
สิ่งที่รู้สึกหนักใจมากที่สุดคือ พ่อแม่ซึ่งเป็นผู้สูงอายุที่ครอบครัวดูแลดีมาโดยตลอด กลับต้องมาเผชิญกับปัญหาดังกล่าว ทั้งที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องเจอสถานการณ์เช่นนี้ นอกจากนี้ ยังไม่เคยมีนายกเทศมนตรี หรือผู้แทนจากเทศบาลนครตรัง เข้ามารับฟังปัญหาความเดือดร้อนของตนและครอบครัวโดยตรง
มีเพียงการเผยแพร่ข้อมูลผ่านเพจของเทศบาลว่าได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว และไม่พบกลิ่นเหม็นหรือแมลงวัน ซึ่งตนมองว่าหากต้องการทราบข้อเท็จจริง ควรเข้ามาสอบถามประชาชนผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่ใช่สอบถามเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนำขยะเข้ามาเก็บไว้ในพื้นที่
สิ่งที่ต้องการมากที่สุดในขณะนี้ คือการเร่งนำขยะทั้งหมดออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด เนื่องจากชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนเมืองที่มีบ้านเรือนหนาแน่น มีทั้งผู้สูงอายุ เด็ก และประชาชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบันรุนแรงกว่าภาพที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของเทศบาลอย่างมาก จนรู้สึกเสมือนว่าชาวบ้านเป็นฝ่ายที่ต้องเผชิญและรับผลกระทบอยู่เพียงฝ่ายเดียว
ขณะที่ นายวิรัตน์ รักนาย รองประธาน อบจ.ตรัง กล่าวว่า ตนได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีการนำขยะจากบ่อขยะไสลาวมาจัดเก็บไว้ภายในโกดังโรงเลื่อยเก่า ซึ่งตั้งอยู่ในเขตชุมชนกลางเมือง จึงได้ลงพื้นที่ร่วมกับประธานชุมชนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และพบว่ามีการนำขยะเข้ามาจัดเก็บไว้ภายในพื้นที่ดังกล่าวจริง จากการลงพื้นที่ของตนเป็นการเข้ามารับฟังและตรวจสอบข้อร้องเรียนแทนชาวบ้าน ไม่ได้มีความขัดแย้งหรือมีปัญหากับบุคคลหรือหน่วยงานใด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





